Practical Report เปิดรายงานไทยถึง UN อาวุธที่ยึดได้ของโสมแดงกำลังถูกส่งไปที่อิหร่าน

รายงานฉบับหนึ่งที่รัฐบาลไทยส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNSC) เรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ของประเทศเกาหลีเหนือกว่า 35 ตันที่รัฐบาลไทยตรวจยึดได้จากเครื่องบินสินค้าพร้อมจับลูกเรือ 5 รายเมื่อเดือนธันวาคมปี 2552 นั้นมีจุดหมายปลายทางที่เมืองเมห์ราบัดในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เครื่องบินขนส่งสินค้าลำดังกล่าวเดินทางออกจากกรุงเปียงยาง และมีจุดหมายปลายทางที่สนามบินเมห์ราบัด ภายใต้บริษัทขนส่งสินค้าจดทะเบียนในชื่อ บริษัท โคเรียเม็กแคนิคัลอินดันตรี จำกัด

รายงานที่ส่งถึงคณะกรรมการพิจารณามาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของยูเอ็นเอสซี(UNSC) กล่าวว่า อาวุธล็อตนี้ประกอบด้วย จรวด, ตัวจุดชนวน, เครื่องยิงจรวด และอาร์พีจียูเอ็นออกมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือชุดใหม่ในปีที่แล้วเพื่อลงโทษเกาหลีเหนือที่ทดสอบนิวเคลียร์ในเดือนพ.ค.ปี 2009 โดยมาตรการคว่ำบาตรที่ได้รับการขยายให้กว้างขึ้นนี้มีจุดประสงค์เพื่อตัดโอกาสของเกาหลีเหนือในการขายอาวุธ มีการประเมินกันว่าการส่งออกอาวุธทำรายได้ให้เกาหลีเหนือสูงกว่า 1พันล้านดอลลาร์ต่อปี อาวุธที่ทำรายได้ให้เกาหลีเหนือมากที่สุดคือขีปนาวุธนำวิถี โดยลูกค้าได้แก่อิหรานและประเทศอื่นๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์กล่าวว่า การคว่ำบาตรของยูเอ็นและการที่เกาหลีใต้ระงับการให้ความช่วยเหลือได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ราว 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ และอาจเป็นการบีบบังคับให้เกาหลีเหนือต้องกลับมาเข้าร่วมการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้งเพื่อแลกกับความช่วยเหลือ

อนึ่งเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อัยการสูงสุดก็ได้มีการยื่นฝากขัง 5 ผู้ต้องหาชาวคาซัคสถานและเบลารุสต่อศาลเป็นครั้งที่ 5 อีก 12 วัน เนื่องจากยังไม่สามารถสั่งคดีได้ เพราะมีเอกสารจำนวนมาก โดยคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนแจ้งข้อกล่าวหาทั้งห้าว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน พ.ศ.2490 มาตรา 55, 72, 72 ทวิ และ 78 พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 พ.ร.บ.การเดินอากาศไทย พ.ศ.2497 โดยอัตราโทษสูงสุดคือ พ.ร.บ.อาวุธปืนจำคุกตลอดชีวิต.

ที่มา : Reuters (Edit)