Practical Report ทำไม LGBT สนับสนุนฮิลลารีให้เป็นประธานาธิบดี

โดย สรินณา อารีธรรมศิริกุล
sarinna.aree@gmail.com

4 ปีที่แล้วผู้เขียนได้เขียนบทสรุปของการเลือกตั้งสหรัฐฯจากผล Exit Poll ปรากฎว่า กลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) เทคะแนนเสียงให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามาถึง 77% เทียบกับมิต์ต์ รอมนีย์ 23% ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วกลุ่ม LGBT มีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ ประมาณ 5% (Percent of Electorate)

ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นอีกฤดูกาลเลือกตั้งหนึ่งที่ผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคเดโมเครต (ฮิลลารี คลินตัน) น่าจะได้คะแนนเสียงท่วมท้นจากคนกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน เพราะเหตุใด ผู้เขียนวิเคราะห์มาให้ดูพอสังเขป

ลักษณะทางการเมืองของกลุ่ม LGBT

โดยทั่วไปแล้ว กลุ่ม LGBT ต้องการสังคมที่มีความหลากหลาย (Pluralism) และพวกเขามีความสนใจร่วมกันอย่างหนึ่งคือต้องการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกันโดยเฉพาะในเรื่องกฎหมายการแต่งงาน พวกเขาสนับสนุนให้ทุกมลรัฐยอมรับกฎหมายให้คนรักเพศเดียวกันสามารถแต่งงานกันได้ และได้รับผลประโยชน์ทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมกับคู่รักชายหญิงทั่วไป นอกจากนั้น พวกเขายังต่อต้านกฎหมายที่เพิ่งออกจากสภาคองเกรสเมื่อปีที่แล้ว ที่เรียกว่า First Amendment Defense Act (FADA) กฎหมายฉบับนี้ให้เสรีภาพแก่บริษัทองค์กรธุรกิจในการปฎิเสธให้บริการแก่กลุ่มคน LGBT เพราะเห็นว่า LGBT เป็นกลุ่มคนที่ขัดต่อหลักความเชื่อทางศาสนาคริสต์ที่องค์กรเหล่านั้นนับถือ

lgbt-ii

จากการสำรวจในหลายปีที่ผ่านมา กลุ่ม LGBT เป็นสมาชิกพรรคเดโมเครตหรือโหวตให้พรรคเดโมเครตเสียส่วนใหญ่ 7 ใน 10 คนรู้สึกว่าพรรคเดโมเครตมีความเป็นมิตรกับคนที่มีความหลากหลายทางเพศมากกว่าพรรครีพับลิกัน [1] และคนที่เป็น LGBT ในพรรครีพับลิกันเองส่วนใหญ่ก็เห็นเช่นเดียวกัน

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีกลุ่มคน LGBT ที่เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันหรือสนับสนุนนโยบายพรรครีพับลิกันเลย องค์กร Log Cabin Republicans เป็นองค์กร LGBT ขนาดใหญ่ที่มีอุดมการณ์แนวอนุรักษ์นิยม หมายความว่า พวกเขาเห็นด้วยกับคน LGBT อื่นๆ ในการเรียกร้องเรื่องความเท่าเทียมกันทางกฎหมายแต่งงานหรือต่อต้านกฎหมาย FADA แต่พวกเขามีความเชื่อและความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องอื่น เช่น การครอบครองอาวุธปืน นโยบายทางเศรษฐกิจ อัตราการเก็บภาษีของรัฐ กฎระเบียบเพื่อควบคุมตลาดการเงิน หรือบทบาทของรัฐบาลในการควบคุมสังคม เป็นต้น ประเด็นเหล่านี้เป็นตัวผลักดันทำให้กลุ่มคน LGBT มีจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกัน

โดยรวมแล้ว กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่

(1) นิยมสังคมที่มีความหลากหลาย

(2) มีความเห็นร่วมกันในการเรียกร้องเรื่องกฎหมาย และ

(3) ลงคะแนนเสียงให้พรรคเดโมเครตมากกว่ารีพับลิกัน

ศาลสูงสหรัฐฯ กับการแต่งงานเกย์

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้พิพากษาศาลสูงสหรัฐฯ ชื่อแอนโทนิน สกาเลีย (Antonin Scalia) ถึงแก่อนิจกรรมทำให้ศาลขาดสมาชิก จากที่ควรมีจำนวน 9 คน ขณะนี้มีอยู่เพียง 8 คน ประเด็นเรื่องศาลสูงมีความสำคัญทางการเมืองและสำคัญต่อกลุ่ม  LGBT ศาลสูงสุดมีอำนาจชี้ขาดเหนือคำพิพากษาของศาลรัฐบาลกลางและศาลมลรัฐ เมื่อศาลขาดสมาชิก ประธานาธิบดีจะเป็นผู้แต่งตั้งและต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาบน ซึ่งในแปดปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโอบามาได้แต่งตั้งสมาชิกใหม่แก่ศาลสูงไปแล้วสองคน เช่นเดียวกับประธานาธิบดีจอร์ช บุช, ประธานาธิบดีบิล คลินตัน, และประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิ้ลยู บุช ส่วนประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้แต่งตั้งสมาชิกศาลสูงไปทั้งหมดสามคน

ประเด็นมันอยู่ตรงนี้คือ ผู้พิพากษาทั้ง 9 คนมีการตีความกฎหมายต่างกันออกไปตามอุดมการณ์ความคิดของตนเอง ซึ่งในจำนวนนี้มี 4 คนที่เป็นหัวก้าวหน้า และอีก 4 คนที่เป็นหัวอนุรักษ์นิยม และมีตำแหน่งขาด 1 คน ซึ่งสภาบนที่ขณะนี้พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากไม่ยอมรับผู้พิพากษาคนใหม่ที่จะถูกตั้งโดยประธานาธิบดีโอบามา เพราะโดยปกติประธานาธิบดีจะตั้งผู้พิพากษาที่มีอุดมการณ์ทางความคิดในแบบเดียวกัน ถ้าประธานาธิบดีโอบามาได้แต่งตั้งผู้พิพากษาคนที่ 9 ก็หมายความว่า ศาลสูงจะประกอบไปด้วย ผู้พิพากษาที่มีหัวก้าวหน้ามากกว่าหัวอนุรักษ์นิยม ฉะนั้น คำตัดสินของศาลจะออกไปในทางที่พรรครีพับลิกันไม่อยากให้เกิด

ทีนี้มันมีสิ่งน่าสนใจอยู่ตรงที่ การดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษานั้นไม่มีการกำหนดวาระ ฉะนั้น ผู้พิพากษาจะอยู่จนถึงอายุเท่าไรก็ได้ถ้ายังสามารถทำหน้าที่ได้ แต่โดยปกติแล้วผู้พิพากษาที่อยากเกษียณอายุตัวเอง จะเกษียณในรัฐบาลที่มีประธานาธิบดีที่มาจากพรรคการเมืองที่ตนสนับสนุน เพราะประธานาธิบดีจะเลือกสมาชิกศาลสูงคนใหม่ที่มีแนวคิดเดียวกันขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งปีหน้ามีข่าวออกมาว่าจะมีผู้พิพากษาอีก 2 คนที่อายุเกิน 80 อาจจะขอเกษียณอายุ ซึ่งก็หมายความว่า ประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯ (ไม่ทรัมป์ก็คลินตัน) มีโอกาสแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงถึง 3 คน (เสียชีวิต 1 และเกษียณ 2)

lgbt

ฉะนั้น ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 พฤศจิกายน ถ้าโดนัล ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี ศาลสูงน่าจะมีผู้พิพากษาหัวอนุรักษ์นิยมมากกว่าหัวก้าวหน้า แต่ถ้าฮิลลารี คลินตันได้เป็นประธานาธิบดี ศาลสูงก็จะมีหน้าตาตรงกันข้ามเลย ประเด็นนี้สำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะกลุ่ม LGBT เพราะอาจเกิดการพลิก ยกเลิกกฎหมายการแต่งงานเกย์ได้

ปีที่แล้วศาลสูงได้ตัดสินให้การแต่งงานระหว่างเพศเดียวกันถูกกฎหมาย นั้นหมายความว่า ทุกมลรัฐต้องปฎิบัติตาม แม้ว่ามลรัฐนั้นๆ อาจมีกฎหมายห้ามการแต่งงานเกย์มาก่อน หรือแม้ผู้แทนส่วนใหญ่ในสภาท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลก็ตาม  โดยขณะนี้ นักการเมืองหัวอนุรักษ์นิยมพรรครีพับลิกันพยายามหาวิธีการยกเลิกกฎหมายการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน ซึ่งทำได้ถ้ามีปัจจัยดังนี้คือ

(1) พรรครีพับลิกันต้องมีเสียงข้างมากทั้งสภาล่างและสภาบน และ

(2) ทรัมป์จะต้องได้เป็นประธานาธิบดีเพื่อแต่งตั้งผู้พิพากษาให้ศาลสูงมีเสียงข้างมากเป็นแนวอนุรักษ์นิยม

กระบวนการคือ ให้สภาบนและล่างที่คุมเสียงข้างมากโดยพรรครีพับลิกันผ่านกฎหมายห้ามแต่งงานเกย์ออกมาใหม่ ซึ่งขัดแย้งกับคำพิพากษาของศาลสูง นั่นก็หมายความว่า กฎหมายนี้จะถูกส่งไปให้ศาลสูงพิจารณา ซึ่งศาลสูงที่ทรัมป์แต่งตั้งซึ่งมีเสียงข้างมากเป็นแนวอนุรักษ์นิยมก็จะโหวตยกเลิกกฎหมายแต่งงานเกย์ได้

แต่อย่าลืมว่า สถานการณ์ข้างต้นนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี และพรรครีพับลิกันได้จำนวน ส.ส.และ ส.ว.ส่วนใหญ่ในสภาพคองเกรสจากการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

โค้งสุดท้ายของการหาเสียง

คำถามคือ ทรัมป์หรือคลินตันจะได้ใจกลุ่ม LGBT จากบทความข้างต้น สองข้อใหญ่ที่กลุ่ม LGBT น่าจะสนับสนุนคลินตันมากกว่าทรัมป์คือ

(1) ลักษณะทางการเมืองของกลุ่ม LGBT ที่เห็นว่าพรรคเดโมเครตเป็นมิตรกับกลุ่มตนมากกว่าพรรครีพับลิกัน ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มคน LGBT เป็นสมาชิกพรรคหรือโหวตให้พรรคเดโมเครตอยู่แล้ว และ

(2) ความกังวลว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงยกเลิกกฎหมายการแต่งงานเกย์ถ้าทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดี

%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c

นอกจากนั้น จากการสำรวจล่าสุดของบริษัท Whitman Insight Strategies [2] แสดงผลโพลล์เดือนพฤษภาคมปีนี้สรุปว่า กลุ่ม LGBT มีทัศนคติเชิงบวกกว่าคนทั่วไปในเรื่องทิศทางการพัฒนาของประเทศ คือ 50% คิดว่าประเทศกำลังไปได้สวย เมื่อเทียบกับคนทั่วไปที่ 2 ใน 3 คิดว่าประเทศกำลังเดินหลงทาง ฉะนั้น การโหยหาสิ่งแปลกใหม่อย่างทรัมป์ไม่น่าจะใช่สิ่งสำคัญสำหรับพวกเขา ในรายงานเดียวกัน (ดูรูปประกอบด้านบน) 84% ของกลุ่ม LGBTเลือกสนับสนุนคลินตัน มีเพียง 16% ที่สนับสนุนทรัมป์ โดยข่าวล่าสุด องค์กร LGBT ภายในพรรครีพับลิกัน คือ Log Cabin Republicans [3] ประกาศไม่สนับสนุนทรัมป์เป็นประธานาธิบดี  ทำให้ผลการเลือกตั้งปีนี้น่าเกิดความแตกต่างระหว่างคะแนนเสียงที่ลงให้ทรัมป์กับคลินตันมากกว่าฤดูกาลเลือกตั้งที่แล้ว ที่โอบามาได้คะแนนจากกลุ่ม LGBT 77% และรอมนีย์ได้ 23%

ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ ผลโพลล์นี้แสดงให้เห็นว่า 59% ของคนกลุ่ม LGBT มีความตื่นตัวทางการเมือง มากกว่ากลุ่มคนผิวขาว (50%) คนละตินโน (51%) คนผิวดำ (49%) หรือคนรุ่นใหม่ (43%) นั่นสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่ม LGBT น่าจะเดินทางเข้าคูหาไปลงคะแนนเสียงมากกว่าคนกลุ่มอื่น

แม้ว่าคลินตันดูจะนอนมาสำหรับคนกลุ่มนี้ แต่เธอก็ยังย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญนักเพราะอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของศาลสูงสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงต่อกลุ่ม LGBT ผล Exit Poll ในการเลือกตั้งสหรัฐฯปีนี้ อย่าลืมดู ว่ากลุ่ม LGBT จะมีพฤติกรรมการเลือกประธานาธิบดีและผู้แทนท้องถิ่นของตนอย่างไร

[1] PRRI

[2] Whitman Insight Strategies LLC

[3] Log Cabin Republicans