Practical Report คนที่สมาร์ทและประสบความสำเร็จ ทำไมไม่มีความสุข ?

Smart, Successful, and Yet Not Happy
Raj Raghunathan Ph.D. ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า มันน่าแปลกที่คนที่สมาร์ทและประสบผลสำเร็จ ทั้งการศึกษาที่ดีและรายได้ที่มากกว่า 75,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อปี (หรือประมาณ 2,250,000 บาท คิดเป็นรายได้ตกเดือนละ 187,500 บาท) ทำไมถึงไม่มีความสุข เท่าที่เค้าควรจะมีกัน !?

ข้อเท็จจริงก็คือ ไม่ว่าจะมีดีกรีจากรั้วมหา’ลัยที่ดีๆ หรือการมีชีวิตที่ดี ไม่ได้หมายความว่าจะมีความสุขอย่างที่เราเข้าใจกัน

ขณะที่ Sonja Lyubomirsky กล่าวไว้ในหนังสือของเธอ “The How of Happiness and The Myths of Happiness” ว่า พฤติการณ์ที่แวดล้อมชีวิตหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ระดับการศึกษา สถานภาพทั้งโสด, แต่งงาน หรือหม้าย และความร่ำรวยต่างๆ ฯลฯ

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความสุขได้เพียง 10% เท่านั้นแหละ ส่วนที่เหลือมาจากเรื่องของยีนหรือพันธุกรรมประมาณ 50% แต่อีก 40% นั้นมาจากค่านิยม ทัศนคติ และพฤติกรรมต่างๆของผู้คนนั่นเอง
credit Image by manipalblog.com

credit Image by manipalblog.com

 

แล้วสาเหตุใดที่ทำให้คนที่สมาร์ทหรือประสบผลสำเร็จเหล่านี้ ไม่ได้มีความสุขเท่าที่ควรจะเป็นล่ะ ??

ผู้เขียนบทความบอกว่า ถ้าจะตอบคำถามนี้ ต้องใช้เวลาอธิบายกันยาวเลย และเป็นสาเหตุให้เค้าผลิตหนังสือ หรือทำครอสฟรีออนไลน์ให้ลงเรียนว่าด้วยเรื่องของความสุขถึง 6 สัปดาห์ด้วยกัน แต่เขาก็ขอตอบสั้นๆ ได้ความว่า

มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเข้าใจเป็นอย่างแรกเลยคือ “ความเป็นมนุษย์” มนุษย์เราต้องการมีความสุข สิ่งแรกๆ ที่เราต้องการ ก็คือความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ฯลฯ เป็นสิ่งที่เราจินตนาการได้ง่ายๆ ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็ไม่สามารถเป็นสุขได้ แต่สำหรับกลุ่มที่สมาร์ทและประสบความสำเร็จนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหา ใช่ เขาต้องการมากกว่านี้

credit Image by www.simonfirthseminars.com

credit Image by www.simonfirthseminars.com

 

ประการที่สองที่เราจำเป็นต้องมีก็คือ เซนส์ของความเชื่อมโยงกัน หรือที่นักจิตวิทยามักอ้างถึง ก็คือเซนส์ของความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ นั่นคือ เราต้องการความรู้สึกที่ได้สนิทสนมกับคนอื่นๆบ้าง มันสำคัญอย่างไรไอ้ sense of belongingness เนี่ย มีการศึกษาที่ทดสอบแล้วพบว่า สิ่งนี้มีสัดส่วนถึง 10% ของผู้คนที่มีความสุขที่สุด

และยังพบอีกว่า ในทุกๆคนนั้น ต้องการที่จะมีความสัมพันธ์แบบสนิทชิดเชื้อนี้อย่างน้อย 1 ชุดความสัมพันธ์ ดังนั้นถ้าคุณต้องการเป็นเจ้าของกลุ่มที่มีความสุขที่สุด การเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องสวยหรูแต่เป็นเรื่องจำเป็นยิ่ง สิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ตรงข้ามกับความรู้สึกการได้เป็นเจ้าของก็คือ ความเหงา ที่อาจนำไปสู่ความเจ็บป่วยทางร่างกายได้ด้วย (เช่น โรคอ้วน หรือโรคความดันสูง) และมีอาการทางจิตใจ (เช่น ผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือ ผู้ที่มักมีอาการนอนไม่หลับนั่นเอง)

ประการที่สามที่เราต้องการก็คือ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น การเขียน การวิ่ง ฯลฯ
credit Image by www.triathlonshots.com

credit Image by www.triathlonshots.com

 

ประการที่สี่ ประการสุดท้ายที่เราจำเป็นต้องมีเพื่อให้เกิดความสุข ก็คือภาวะแห่งความเป็นอิสระ การปกครองตนเอง ความรู้สึกนี้คือความรู้สึกที่เราไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้การควบคุมของใคร นี่คือสาเหตุว่าทำไมเราจึงเกลียดชังสถานการณ์ที่เราขาดเสรีภาพหรือสภาพที่คล้ายคลึงกันนี้ แรงปรารถนาสำหรับภาวะที่ต้องการอิสระก็เหมือนกันกับการได้เป็นเจ้าของ (belongingness) และการได้เชี่ยวชาญในบางสิ่ง (mastery)

ผู้คนต่างตระหนักถึงสิ่งสำคัญทั้งสามประการนี้ ความต้องการเป็นเจ้าของ ความเชี่ยวชาญ และภาวะอิสระหรือการได้ปกครองตนเอง เพื่อจะนำไปสู่ความสุข และส่วนใหญ่การกระทำของเราสามารถอธิบายได้ถึงความพยายามที่จะเติมเต็มสิ่งเหล่านี้ แต่มันไม่ได้แค่เติมเต็มสิ่งที่ต้องการเท่านั้น มันยังกำหนดความสุขให้กับเราด้วย กำหนดว่าเราจะพยายามอย่างไรในการเติมเต็มมัน

credit Image by www.linkedin.com

credit Image by www.linkedin.com

กล่าวโดยสรุป มี 2 ทางที่จะเติมเต็มความต้องการเหล่านี้ซึ่งจะช่วยนำไปสู่ความสุขด้านอื่นๆ คือ ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ (Belongningness) สิ่งนี้สามารถทำให้เกิดได้โดยการได้เป็นผู้ที่ถูกรักหรือการได้รักใครสักคน เหมือนกันกับความเชี่ยวชาญที่สามารถทำได้โดยการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เหนือกว่าผู้อื่น หรือการพยายามทำตามแรงปรารถนาของตน และสิ่งสุดท้ายก็คือ ภาวะอิสระหรือการได้ปกครองตนเองที่สามารถทำได้ 2 ส่วน ส่วนแรกคือการควบคุมจากภายนอก เช่น การได้ควบคุมคนอื่น อยู่เหนือคนอื่น หรือ ได้อยู่เหนือผลลัพธ์ทั้งมวล หรืออีกส่วนหนึ่งคือการควบคุมจากภายใน โดยการควบคุมผู้อื่นที่ตอบสนองความต้องการของเรา

ความต้องการเป็นคนที่ถูกรัก หรือต้องการเป็นที่รักของใคร หรือความต้องการที่จะอยู่เหนือผู้อื่น หรือแม้กระทั่งความต้องการควบคุมปัจจัยภายนอกที่สามารถขยายระดับของความสุขในระยะสั้น อาจจะต้องขยายศักยภาพของตนเองให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เป็นความสุขระยะสั้น แต่ยั่งยืนยาวนานคือการขยายความสุขของผู้อื่นที่อยู่รอบๆ ตัวเรา

สรุปแบบสั้นๆ ว่าทำไมผู้ที่สมาร์ทและประสบความสำเร็จถึงไม่มีความสุขเท่าที่เค้าควรจะมีนัก ก็เพราะว่าแม้เขาจะอยู่ในตำแหน่งที่ดี แต่ความสามารถและความเข้าใจที่จะสร้างสุขและเติมเต็มสิ่งที่จำเป็นทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เขาอาจจะเข้าใจผิดหรือยังทำผิดที่ผิดทางในสิ่งที่จะเติมเต็มความสุขให้เขาได้นั่นเอง

Psychology Today