อดีตบริษัทรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ปัจจุบันเสียแชมป์ให้กับโตโยต้าแล้ว) อย่าง GM นั้นกำลังตกที่นั่งลำบาก ทั้งปัญหาในการบริหารจัดการที่มีเป็นทุนเดิม และวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐที่กระหน่ำซ้ำ จนทำให้ GM ต้องขอความช่วยเหลือด่วนจากรัฐบาลสหรัฐ
หลังจาก GM เผยแผนปฏิรูปบริษัทออกมา ทางนิตยสาร BusinessWeek ได้นำ GM ไปเปรียบเทียบกับอดีตบริษัทขนาดยักษ์ที่เปรียบเสมือนไอคอนของอเมริกา และเคยตกที่นั่งลำบากมาเหมือนกัน นั่นคือ IBM
ในทศวรรษที่ 80-90 บริษัท IBM ประสบปัญหาว่าธุรกิจคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่หรือเมนเฟรม ซึ่งเป็นธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทนั้นกำลังล้าสมัย คู่แข่งหน้าใหม่ที่ใช้พีซีขนาดเล็กกว่า ราคาถูกกว่า เข้ามาตีตลาดอย่างหนัก แต่ผู้บริหารของ IBM เองก็ไม่สามารถปรับตัวให้อยู่รอดในอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนไปได้ เพราะวิธีคิดยังเป็นแบบดั้งเดิมในยุคสมัยที่ IBM รุ่งเรืองอยู่ ทำให้ IBM มีสถานะใกล้จะล้มละลายมากขึ้นเรื่อยๆ
Lou Gerstner เข้ามาเป็นซีอีโอของ IBM ในปี 1993 และพลิกฟื้นบริษัทกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง Gerstner มองว่าพื้นฐานของ IBM ยังแข็งแกร่ง เพียงแต่ยังมองอนาคตของอุตสาหกรรมไม่ออกเท่านั้น เขาปฏิรูปบริษัทโดยเปลี่ยนจากแนวคิดที่อิงกับตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์เป็นชิ้นๆ มาเป็นการขายบริการ (service) แทน ปัจจุบันธุรกิจหลักของ IBM กลายเป็นการโซลูชันและบริการที่ปรึกษา Gerstner ได้เล็งเห็นถึงพลังของอินเทอร์เน็ต และนำมันมาเป็นเครื่องมือสำคัญต่อก้าวถัดไปของ IBM
ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ IBM มีส่วนแบ่งตลาดฮาร์ดแวร์น้อยลง แต่มี market cap หรือมูลค่าตลาดมากขึ้น ช่วงที่ Gerstner เข้ามานั้น IBM มี market cap อยู่ที่ 29 พันล้านดอลลาร์ หลังจากนั้น IBM สามารถพุ่งตัวขึ้นไปแตะหลัก 148 พันล้านดอลลาร์ได้ แน่นอนว่า Gerstner กลายเป็นตำนาน
(เขาได้เขียนหนังสือเล่าเรื่องการทำงาน IBM ชื่อว่า Who Says Elephants Can’t Dance ภาษาไทยใช้ชื่อว่า “ใครว่าช้างเต้นระบำไม่ได้”)
สำหรับกรณีของ GM นั้น บริษัทกำลังประสบปัญหาเรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์แบบใช้เชื้อเพลิงปิโตรเลียม ซึ่งถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Henry Ford ผลิตรถยนต์ Ford Model T ในปี 1908 กำลังเริ่มตีบตัน ราคาน้ำมันที่ผันผวนทำให้ลูกค้าประสบปัญหา และระมัดระวังในการซื้อรถยนต์มากขึ้น ทุกวันนี้โลกกำลังมองไปที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้การชาร์จไฟแทนการเติมน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมสำหรับรถยนต์พลังไฟฟ้ายังไม่พร้อมสำหรับการใช้งานจริง รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ดีที่สุดของ GM ในตอนนี้คือ Chevrolet Volt วิ่งได้ไกลเพียง 40 ไมล์ (64 กิโลเมตร) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการวิ่งทางไกล เหมาะสำหรับการวิ่งซื้อของใกล้ๆ เท่านั้น
ส่วนหนึ่ง GM มองว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าคือความหวังในการพลิกฟื้นบริษัท เหมือนกับ IBM ทำมาแล้วด้วยธุรกิจบริการ และบริษัทเองได้ลงทุนในการวิจัย โดยทุ่มทีมนักวิจัยและวิศวกรนับพันลงไปพัฒนาส่วนประกอบของอุตสาหกรรมรถยนต์การไฟฟ้าในแง่ต่างๆ เช่น ปรับปรุงแบตเตอรี่ให้ทำงานได้ยืนยาวขึ้น
แต่ในอีกมุม GM ยังดูเหมือนไม่จริงจังในตลาดนี้มากนัก ด้วยปัญหาเดียวกับ IBM ในยุคก่อนนั่นคือบริษัทยังยึดติดกับวิธีคิดแบบเดิมๆ ที่ทำมานาน บริษัทไม่สนใจในงานวิจัยด้านสถานีบริการชาร์จไฟฟ้าระหว่างเมือง ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทในอิสราเอลเริ่มทดลองให้บริการแล้ว อีกทั้งแผนการที่ GM เสนอให้กับกระทรวงการคลังสหรัฐ ยังบอกแค่ว่า GM จะทำอะไรบ้าง แต่ไม่บอกว่าจะเสร็จเมื่อไร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง IBM ก่อนการมาของ Gerstner อยู่หลายส่วน
อุตสาหกรรมรถยนต์ภายใต้การนำของ GM กำลังถึงทางตัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจเป็นความหวังอันหนึ่ง ปัญหาก็คือ GM ตระหนักถึงความจำเป็นของมันแค่ไหน? หรือจะต้องรอให้เป็นแบบ IBM และมี Gerstner คนที่สองปรากฎกายขึ้นมาก่อน GM ถึงจะเปลี่ยนแปลง?
ลิงก์อ่านประกอบ: BusinessWeek
