เนชั่นมัลติมีเดียตีพิมพ์บทสัมภาษณ์บางส่วนของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่มีให้กับหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุน เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2552 ในเซ็คชั่น “ข่าวต่างประเทศ”
พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์กับ นาโอจิ ชิบาตะ ผู้จัดการสาขาเอเชียอาคเนย์ของหนังสือพิมพ์อาซาฮีชิมบุน ที่ห้องสูทของโรงแรมห้าดาวในดูไบที่มีค่าใช้จ่ายราวคืนละ 500 เหรียญ (17,500 บาท) แต่ที่โรงแรมนี้ก็ยังไม่ใช่โรงแรมที่ดีที่สุดของที่นั่น
พ.ต.ท. ทักษิณเล่าให้ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นฟังว่าเขากำลังหาแหล่งรายได้ใหม่แทบทุกวัน เพื่อให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย และอธิบายว่าการที่ต้องขายสโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้ไปก็เพราะเหตุผลเดียวกัน
ทักษิณหวังว่าพรรคเพื่อไทยจะยังให้การสนับสนุเขา แต่เขาไม่สามารถให้การสนับสนุนทางการเงินกับพรรคได้ในบรรยากาศเช่นนี้ ข้างล่างนี้เป็นบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าว
…..
ชิบาตะ : อะไรเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณเผชิญกับเหตุการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้? เป็นเพราะคุณขายหุ้น (ชินคอร์ป) โดยไม่จ่ายภาษีใช่ไหม?
ทักษิณ : ผมเชื่อว่านั่นไม่ใช่เหตุผลหลัก ความจริงกฎหมายทำให้ผมไม่สามารถจ่ายภาษีได้ในขณะนั้น มันก็จริงที่ว่านี่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดกลุ่มต้านทักษิณในตอนนั้น แต่มันมีกระบวนการใต้ดินที่พยายามป้ายสีกรณ๊ “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” ให้กับผมโดยกลุ่มคนบางกลุ่มตั้งแต่ตอนที่ผมอยู่ในช่วงสูงสุดในช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตีในประเทศไทย ความจริงผมเคารพราชวงศ์ไทยมากกว่าใครๆ แต่ดูเหมือนว่ามีความเข้าใจผิดบางอย่างกับกลุ่มคนที่เป็นที่ปรึกษาให้กับในหลวงของเรา
ชิบาตะ : คุณมีความเห็นต่อรัฐบาลใหม่อย่างไรบ้าง?
ทักษิณ : พรรคประชาธิปัตย์ได้อำนาจที่เป็นเสียงส่วนใหญ่ โดยได้รับการช่วยเหลือจากศาล กองทัพ และ องคมนตรี พวกเขาชอบเรียกร้องให้ผมอย่าเข้าไปยุ่งกับการเมืองไทย เพียงเพราะพวกเขาไม่มั่นใจว่าจะได้อำนาจทางการเมืองถ้าผมยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ผมเชื่อว่ากองทัพ และองคมนตรีต่างหาก ที่ไม่ควรจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ชิบาตะ : คุณยังคิดจะสู้อีกไหม?
ทักษิณ : ผมจะอายุ 60 ในกรกฎาคมปีนี้แล้ว ผมอยากจะอยู่อย่างสงบและอยากเห็นคนไทยปรองดองกัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครในรัฐบาลหรือในกลุ่มต้านทักษิณขอเจรจาใดๆกับผม ผมยังไม่สามารถตายได้ก่อนที่จะพิสูจน์ความยุติธรรม ผมเชื่อว่าบรรดาผู้สนับสนุนผมจะยังคงต่อสู้ต่อไปแม้ว่าผมจะจบชีวิตลงที่นี่
ชิบาตะ : ช่วยเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับบุคคลหลักในกลุ่มต้านทักษิณหน่อยครับ
ทักษิณ : สนธิ (ลิ้มทองกุล) หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ เขาเป็นหุ่นเชิดของพลังต้านทักษิณ เขาเคยเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักของผมเมื่อผมเป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงแรกๆ เขาบอกผมว่าเขาอยากได้สถานีโทรทัศน์ แต่ผมบอกเขาว่ามันคงลำบากเพราะกฎหมายห้ามไว้ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเปลี่ยนข้างไปเป็นศัตรู และมันก็เป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญที่ผมแต่งตั้งให้พลเอกสนธิ (บุญรัตนกลิน) ให้เป็นผบ.ทบ. ตัวพล.อ. อนุพงษ์ ก็เป็นหุ่นเชิดคล้ายกับพล.อ. สนธิ เหมือนกัน
ชิบาตะ : คุณเสียใจไหมที่มาเป็นนักการเมือง?
ทักษิณ : ครับแน่นอน บางทีอาจเป็นเพราะผมถูกลงโทษจากการกระทำบางอย่างในชาติที่แล้ว คุณเห็นไหมผมสูญเงินและทรัพย์สิน การเมืองเป็นงานที่ต้องทำโดย “โดราเอมอน” ไม่ใช่ “โนบิตะ”…
ที่มา – เนชั่น
ความเห็น SIU: บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้น่าสนใจ (แต่จะต้องรู้ความเคลื่อนไหวเชิงลึกทางการเมืองประกอบด้วย) SIU ยังอยากเห็นบทสัมภาษณ์เต็มๆ ที่ อาซาฮี ชิมบุน ก่อนจะตีความเรื่อง “โดราเอมอน” และ “โนบิตะ” แต่เราไม่สามารถค้นหาบทความต้นฉบับได้พบ (เราพยายามใช้คีย์เวิร์ด タクシン 朝日 2009年1月17日 กับ search engine แต่ไม่พบบทความนี้)
เข้าใจว่า ผู้จัดการ นำมาลงเผยแพร่ (แน่นอนภายใต้สำนวนแดกดันและเป็นปฏิปักษ์กับทักษิณตามปกติ) ดูจากรายงานข่าวที่มีข้อมูลเท่ากับที่เนชั่นลงก็คงแสดงว่าเป็นข้อมูลจากเนชั่นมากกว่าจากอาซาฮี และ มติชน นำมาลงอีกทอดโดยอ้างอิงข่าวจากผู้จัดการ
