Practical Report โลกกำลังภายในแห่งศตวรรษที่ 21: ทำไมต้อง “หวงอี้”? ตอนที่ 1

รจนา โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์

บทความชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “มติชนสุดสัปดาห์” (ฉบับที่ 1428-1432) มาแล้วครั้งหนึ่ง

ซึ่งผมได้นำมาปรับปรุง โดยจัดเรียงใหม่เป็น 4 ตอนจบ


เพื่อลงตีพิมพ์ใน SIU เป็นของกำนัลแด่แฟนเว็บไซต์ ทุกคน

ในวาระครบรอบ 1 ปี ขอบเว็บไซต์เรา

………………………………………….

พวกที่ชมชอบในความโบราณ จงรีบกลับสู่ยุคโบราณเถิด !
พวกที่อยากเกิดจงรีบเกิดเถิด !
พวกที่อยากขึ้นสวรรค์ จงรีบขึ้นสวรรค์เถิด !
พวกที่อยากให้วิญญาณหลุดพ้นออกจากเรือนร่าง จงรีบหลุดพ้นไปเถิด !
พื้นดินเดี๋ยวนี้มีไว้สำหรับให้ผู้ที่ยึดมั่นอยู่กับปัจจุบัน
ยึดมั่นอยู่กับพื้นดิน

“หลู่ซิ่น”
บิดาแห่งวรรณกรรมจีนสมัยใหม่

1. นิยายกำลังภายในไม่มีวันตาย (The Boolim Story never dies)

“โกวเล้ง” ลาจากพื้นพิภพนี้ไปก่อนวัยอันควร

“กิมย้ง” สูงสุดคืนสู่สามัญ เลิกเขียนมหากาพย์กำลังภายในอีกต่อไป

“ลงแดง” คือ อาการของแฟนพันธุ์แท้นิยายกำลังภายใน ที่ต้องสูญเสีย “ยักษ์ใหญ่” ไปในเวลาใกล้เคียงกัน เหลือไว้เพียงตำนานระบือลือลั่น

ช่องว่างสิบปีกว่า ช่างเงียบเหงานัก !

ความยิ่งใหญ่ของเจ้ายุทธจักรกิมย้งโกวเล้ง ทำให้แฟนกำลังภายในยากที่จะเปิดใจยอมรับจอมยุทธ์คนใหม่ได้

แต่แล้ว “หวงอี้” ได้ผุดขึ้นมาถมเติมช่องว่างแห่งกาลเวลาที่แสนเดียวดาย

มิต้องเอ่ยถึงความเพียรพยายามยาวนานของ “หวงอี้” ในการเจียระไนผลงานจาก “เทพทลายนภา” บรรลุสู่ “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” จึงสร้างชื่อ “หวงอี้” กลายเป็นดาวเด่นดวงใหม่ ทดแทนที่ว่างในใจแฟนนักอ่าน

แต่ความโดดเด่นนี้ยังเป็นที่กังขาของใครหลายคน

พวกแรก มนุษย์ผู้มีชีวิตเรียบง่ายเปลี่ยวเหงาย่อมพร้อมต้อนรับ “ผลงานดีเด่น” ชิ้นใหม่อย่างง่ายดาย ขอเพียงในหัวใจแห้งแล้งนับ 10 ปี ได้พบความชุ่มฉ่ำอีกสักครั้ง

สำหรับ บางคนที่ชีวิตซับซ้อนขึ้นมาอีกขั้น อาจต้องรอพิสูจน์ใจยาวนาน จวบจนถึง “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” พวกเขาจึงยินยอมพร้อมใจยอมรับ “หวงอี้” เข้ามาเป็นชายในดวงใจคนใหม่ ชดเชย 2 วีรบุรษที่ลาจากไป

พวกที่สอง มนุษย์ขี้สงสัยย่อมอดเกิดคำถามขึ้นมาไม่ได้ว่า “หวงอี้” คู่ควรกับความรัก เพียงใด พวกเขาไม่ต้องการให้ “พวกแรก” ลืมความรักเก่าอันหอมหวาน จนเห็นแฟนใหม่ (หวงอี้) ดีกว่าแฟนเก่า (กิมย้งโกวเล้ง) ไม่ว่าหวงอี้จะมีพัฒนาการจนสามารถรังสรรค์ “มังกรคู่สู้สิบทิศ” ทะลุขีดจำกัดเดิมของ “เจาะเวลาหาจิ๋นซี” รวมถึงการพุ่งทะยานฟ้าสู่จุดสูงสุดใหม่ด้วยการเสกสรรค์ “จอมคนแผ่นดินเดือด” แต่พวกที่สองยังคงไม่ยอมรับ ด้วยเหตุผลที่น่าฟังและไม่น่าฟัง นานัปการ

พวกที่สาม ผู้เปิดใจรับความแปลกใหม่แบบใคร่ครวญ พวกเขาเชื่อว่า “หวงอี้” มีคุณค่าใหม่ แตกต่างจากกิมย้งและโกวเล้ง พวกที่สามนี้มีทั้งกลุ่มสายกลางและกลุ่มสุดขั้ว

กลุ่มสายกลางมีมุมมองว่า “หวงอี้” มีคุณสมบัติท้าสู้กับยอดปรมาจารย์กิมเล้ง (กิมย้ง+โกวเล้ง) ส่วนใครเหนือกว่าใครนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน หรือหากต้องการพิสูจน์ชี้ขาดย่อมสามารถถกเถียงแลกเปลี่ยนกันอย่างสร้างสรรค์พอหอมปากหอมคอ เพื่อให้เกิดความสนุกสนาน สีสันรสชาติ และมิตรภาพ

ขณะที่กลุ่มสุดขั้วกลับกล้าบังอาจลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของ “พวกที่สอง” และเกิดการปะทะคารมตบตีกันเป็นประจำ กลุ่มสุดขั้วมองว่า “กิมย้งโกวเล้ง” พ้นสมัยไปแล้ว หวงอี้คือเพชรแท้เม็ดใหม่ที่เปล่งประกายเจิดจรัส พวกที่สองคือ พวกล้าหลังเต่าล้านปี พวกที่สามสายกลางเป็นพวกเริ่มฉลาดแต่ขาดความกล้าหาญ ไม่ยอมประกาศอุดมการณ์ชูธงสู้รบ สำหรับพวกแรก คือ คนโง่เขลาเพียงคิดตามผู้อื่น ไม่มีความริเริ่มของตนเอง

ผมได้จัดประเภทตนเองเป็น “พวกที่สาม กลุ่มสายกลาง” โดยแอบเอนเอียงเข้าข้างคนรักใหม่ “หวงอี้” มากกว่า แฟนเก่า “กิมย้งโกวเล้ง” แต่ยังพร้อมยอมรับทัศนคติที่แตกต่าง ไม่คิดว่าจะต้องทะเลาะกับคนกลุ่มใด เพียงต้องการชี้ให้เห็น “คุณค่าใหม่” ที่ได้รับจากงานของหวงอี้ที่แตกต่างจากกิมย้งโกวเล้ง โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญซึ่งทำให้ผมตัดสินใจรักหวงอี้มากกว่ากิมย้งโกวเล้ง

ขอยืนยันว่า ทั้งหมดเป็นความชื่นชอบส่วนตัว ไม่ต้องการบีบบังคับและเกลี้ยกล่อมใครให้คล้อยตาม เพราะผมเชื่อว่า

“ทุกคนย่อมมีเสรีภาพในการคิดและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง”

2. จุดยืนของนักแสวงหากำไร

ชาวโรมันผู้ยิ่งใหญ่ เคยกล่าวไว้ว่า “ชีวิตสั้นนัก แต่ศิลปะยืนยาว” ผมเชื่อคนง่าย จึงขอยอมรับว่า ตนเองมีเวลาจำกัด ดังนั้นจึงต้องเลือกอ่านหนังสือที่ให้ประโยชน์คุ้มค่ากับเวลาที่สูญเสียไป

สำหรับ “กิมย้ง” ยอดปรมาจารย์ บรรจุพลังลมปราณผ่านคัมภีร์ 15 เรื่อง แต่ศิษย์แกมโกงอย่างผมขอแอบเรียนรู้เพียง 5 เรื่องที่คิดว่าเลิศล้ำที่สุด เริ่มตั้งแต่ “มังกรหยก 1-3 “ ,  “แปดเทพอสูรมังกรฟ้า” และสิ้นสุดที่ “กระบี่เย้ยยุทธจักร” บางคนอาจตำหนิว่ายังมีเรื่องอื่นที่ดีเลิศทัดเทียมกัน ทำไมจึงละเลยไป แต่ด้วยจุดยืนของนักบริหารต้นทุน ผมจึงต้องขอเรียนตามตรงว่า ต้นทุนเวลาของผมอาจมีไม่มากนัก แต่ต้นทุนค่าเสียโอกาสนั้นหนักโขเอาการอยู่ โดยเฉพาะหนังสือดีนับจากอดีตจวบจนปัจจุบัน ยังมีให้เสพรับอีกมากมาย ผมจึงต้องตัดใจเลือกเรื่องที่คิดว่าดีเลิศสูงสุด บางทีอาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ด่วนตัดสิน ทำให้ตกหล่นเล่มอื่นที่ดีเยี่ยมไม่แพ้ 5 เล่มที่เลือกสรรไว้ แต่ผมต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นผมคงไม่สามารถเสพรับความงามจากยอดนักเขียนท่านอื่นที่ยังยืนเด่นให้ผมค้นหาอีกมากมาย ส่วนเรื่องที่เหลือของท่านปรมาจารย์ ผมได้แต่ตั้งปณิธานว่า หากมีเวลาว่างวันใดย่อมต้องฝึกฝนซึมซับให้ครบถ้วนกระบวนท่า

ศิษย์ไม่รักดี กราบขออภัยปรมาจารย์ ด้วยความจริงใจและเคารพอย่างสูงยิ่ง

ประโยชน์ที่ผมขูดรีดได้จากท่านกิมย้ง คือ ความลึกซึ้งตรึงตราในความเป็นมนุษย์ ท่านปรมาจารย์ได้ตีแผ่ให้เห็นอย่างหมดจดล่อนจ้อน ทั้งนักการเมือง นักรัก จอมยุทธ์ ผู้ใฝ่ฝันเร้นกาย พรรคมารพรรคเทพ ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้ คือ วิญญูชนจอมปลอม ตัวละครทั้งมวลมีความกลมลึกไม่แบนราบ ทั้งยังทรงเสน่ห์น่าหลงใหลจนยากลืมเลือน อ่านแล้วรู้สึกเข้าใจตนเองเข้าใจผู้อื่นอย่างถ่องแท้เพิ่มขึ้นหลายกระบวนท่า

“กิมย้ง” คือ ยอดมังกรเปี่ยมมนุษย์ธรรม งานเขียนและชีวิตสะท้อนความเป็นปัญญาชนสูงสง่าทุกกระเบียดนิ้ว ยากจะหาบุรุษใดในใต้หล้าทัดเทียม

ในส่วนของโกวเล้ง “มังกรเมาทะยานเมฆา” สหายผู้รู้ใจของผู้เปลี่ยวเหงาเป็นอาจิณ ผมได้มีโอกาสศึกษากระบวนท่ากับท่านอยู่หลายเรื่อง ที่น่าเศร้า คือ บางเรื่องยังไม่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ได้สร้างความซาบซึ้งตรึงตราฝังลึกในใจจนยากลืมเลือน

“ฤทธิ์มีดสั้น ลี้คิมฮวง” ได้กระตุ้นวิญญาณส่วนลึก “เปลี่ยวเหงารันทด แต่อบอุ่นยืนหยัด” จนผมอดอ่านซ้ำอยู่หลายเที่ยวมิได้

โดยภาพรวมแล้ว ผลงานของท่านโกวเล้งได้ให้ปรัชญาชีวิตที่คมคาย เน้นความเป็นปัจเจก บางครั้งว้าเหว่จับใจ บางครั้งสุขสมเริงรื่น ทั้งหมดคละเคล้าเป็นความลงตัว

เมื่อเรื่องราวจบลง ความอบอุ่นแผ่ซ่านขึ้นในหัวใจ ความมืดมนกลัดกลุ้มมลายหายสิ้น

นี่คือเสน่ห์ที่ผมชื่นชอบโกวเล้ง

ทุกคราที่เศร้าหัวใจวังเวง ผมจะต้องอัญเชิญผลงานของท่านโกวเล้ง มาขูดรีดหาประโยชน์ เพื่อให้หัวใจมีพลัง และผ่านคืนวันหฤโหดให้จงได้

ผมใช้จุดยืนเดียวกันนี้เพื่อแสวงหาประโยชน์คุณค่าจากท่านหวงอี้ และอาจเป็นเพราะท่านหวงอี้ให้กำไร (คุณค่าที่ได้รับ – เวลาที่สูญเสียไป) มากที่สุด ผมจึงชอบงานของท่านหวงอี้เป็นพิเศษ

แต่ผมยังไม่ลืมท่านกิมย้งโกวเล้ง ที่ผมได้เคยขูดรีดท่านในอดีตมาอย่างยาวนาน

จนบัดนี้ ผมยังเคารพขอบคุณท่านกิมย้งโกวเล้งไม่เสื่อมคลาย ท่านได้ชุบชีวิตที่ตายซากของผมให้ฟื้นคืน จนมีเรี่ยวแรงท่องทะยานในยุทธภพที่โหดร้ายกว่าในนิยายทุกเรื่องของท่านทั้งสอง และด้วยเหตุนี้ผมจึงต้องหยิบยืมพละกำลังของท่านหวงอี้ มาใช้ต่อสู้ช่วงชิงกับผู้คนบนยุทธภพที่สับสนซับซ้อนกว่ายุทธภพในอดีตมากมายนัก

  • GuRu

    เห็นด้วยครับ อ่านของ หวงอี้ จะได้รสชาติของทันสมัยเข้ากับยุคปัจจุบันทั้งที่เป็นวรรณกรรมอิงอดีต แต่ของกิมย้งและโกวเล้งนั้น ก็ได้คุณธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ (พวกนักการเมืองน่าจะอ่านจะได้มีคุณธรรมในใจบ้าง) สำหรับผมนั้นก็อ่านเฉพาะเรื่องที่ดังๆ เพราะไมมีเวลาอ่านทุกเรื่องนะครับ

  • เจริญชัย

    ช่างเป็นกำลังใจที่ลึกล้ำจริงๆครับ

    ลองติดตามตอนต่อไปดูนะครับ

    จริงๆ ผมเลิกสนใจนิยายกำลังภายในไปนานแล้ว

    “หวงอี้” คือ ผู้ที่ปลุกให้ผมฟื้นขึ้นมา

    ล่าสุดมีงานของ “หลงเหยิน” น่าสนใจดี

    พูดถึงศึกชิงบัลลังก์ระหว่าง “หลิวปัง” กับ “ฉู่ป้าหวาง”

    ผมอ่านคร่าวๆแล้วใช้ได้เลยครับ

    โดยเฉพาะกลอนที่โปรยในปกหลัง อ่านแล้วฮึกเหิมซ่านซึ้ง

    ว่างๆอยากแนะนำให้แฟนกำลังภายในทุกท่าน ลองซื้อหามาลิ้มลอง

  • http://g41act.multiply.com Ink

    ผมขอแนะนำเรื่อง จิ้งจอกภูเขาหิมะครับ เล่มเล็กๆ บางๆ เพียงเล่มเดียว แล้วจะเข้าใจอัจฉริยภาพของกิมย้งเลยครับ สนุกน่าติดตามด้วยคับ

    แล้วเรื่องหลงเหยินนี่มีแปลขายเป็นภาษาไทยแล้วเหรอครับ

  • เจริญชัย

    ถ้าจำไม่ผิด “จิ้งจอกภูเขาหิมะ” มีคนบอกว่าคล้ายกับเรื่อง “ราโชมอน” มากๆ
    น่าสนใจครับ
    แต่ตอนหลังผมมาเน้นให้ความสำคัญกับกลยุทธ์
    ความอินกับกิมย้งจึงลดลง
    แต่ยังไงก็ยังนึกถึงเสมอ มันทำให้จิตใจของเราร้อนระอุตลอดกาลจริงๆ
    ขอบคุณที่แนะนำครับ ink อาจจะไปถอยมา เพราะรู้สึกว่าเล่มเดียวจบ

    สำหรับ หลงเหยินนั้น ได้แปลชุดที่ 1 จบไปแล้ว
    “อวสานจิ๋นซี” คือ เรื่องราวของหลิวปัง จอมคนผู้สร้างตัวเองขึ้นมาจากชนชั้นล่าง
    นอกจากนี้ยังมีงานแปลชุดที่ 2 แต่จำชื่อเรื่องไม่ได้
    เป็นเรื่องราวสมัย “หวางหมั่ง” จนถึงพระเจ้าฮั่นกวงอู่ตี้ หลิวซิ่ว ขึ้นครองราชย์

  • http://g41act.multiply.com Ink

    ใช่ครับ จิ้งจอกภูเขาหิมะเล่มเล็กๆ เล่มเดียวจบ ไม่กี่หน้าครับ

    ขอบคุณนะครับสำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใหม่ของหวงอี้

  • เจริญชัย

    โอ้ ขอโทษ ไม่มีเรื่องหลงเหยินครับ
    หวงอี้ มีแผนจะออกเล่มใหม่ แต่ไม่ได้ชื่อหลงเหยินครับ

    “หลงเหยิน” คือ นามปากกาของนักเขียนนิยายกำลังภายในท่านหนึ่ง
    กำลังมาแรงในต่างประเทศ

    บ้านเราพึ่งแปลมา 2 ชุด
    1. อวสานจิ๋นซี ซึ่งได้อวสานไปแล้ว มี 10 เล่ม
    2. จำชื่อไม่ได้ เป็นเรื่องราวของหวางหมั่งและหลิวซิ่ว

  • สังหารฟ้าพิฆาตปฐพี

    บทความข้างต้นนั้นให้คำอธิบายที่เยี่ยมมากครับ กด like ให้ 1 ดอกครับ
    ส่วนตัวผมอ่านมาหมดนั้นแหละครับ ไม่ว่าปรมาจารย์โกวเล้งหรือกิมย้ง
    แต่ว่าหวงอี้นี้สุดๆ จริงๆครับ
    จุดเด่นครับ
    1. ตัวละครเยอะดีและไม่ค่อยซ้ำกัน
    2. เนื้อเรื่องซับซ้อน ยอกย้อน ซ่อนเงื่อน
    3. อธิบายถึงแนวลมปราณได้ชัดเจนเห็นภาพ
    4. อธิบายถึงกลยุทธ์สงครามได้เยี่ยม
    5. ฉากสงครามอลังการมาก
    6. อ่านแล้วได้ปรัชญาชีวิต มองโลกได้กว้างขึ้นอีกเยอะ เพิ่มรอยหยักให้สมองได้บานเบอะ
    7. ทำให้เป็นคนวิเคราะห์ทุกสิ่งก่อนหมายถึงช่างสังเกตุ ไม่ว่ามนุษย์หรือสิ่งต่างๆ
    8. มีศาสตร์มากหลายที่นำมาอ้างอิง เช่น ฮวงจุ้ย ดาราศาสตร์ นรลักษณ์ พยากรณ์ พิชัยสงคราม บริหารทรัพยากรมนุษย์ ฯลฯเพียบ
    9. ถ้าอ่านซ้ำแล้วมีอีก จะมาเม้นให้ครับ

    หลงเหยินเท่าที่ผมอ่านก้อ
    1. อวสานจิ๋นซี
    2. มหาบุรษพลิกปฐพี

    นิยายจีนกำลังภายในยุคใหม่!!! จงเจริญครับบบ