(ตอนที่ 1)
3. จากการขับเคี่ยวชิงไหวชิงพริบ ยกระดับสู่การวางแผนเชิงกลยุทธ์
ตัวละครของกิมย้งเป็นตัวละครที่มีมิติลึกซึ้ง คนดีมีหลายประเภท ทั้งซื่อบริสุทธิ์ และเจ้าเล่ห์คมคายไม่แพ้คนเลว ขณะที่คนเลวย่อมมีทั้งที่เลวโดยกำเนิด เลวเพราะสิ่งแวดล้อม เลวแต่ซื่อ เลวอย่างต่ำช้าเลือดเย็น
เล่ห์เหลี่ยมของคนดีและคนเลวหลากหลายประเภทนั้น ทำให้ตัวละครมีความลึกซึ้งทั้งทางความคิดและจิตใจ ไม่มีลักษณะแบนราบเหมือนนิยายกำลังภายในยุคบุกเบิก ตัวละครของกิมย้งจึงสะท้อนโลกแห่งความจริงที่ไม่มีความบริสุทธิ์แบบขาวล้วนดำล้วน ได้อย่างยอดเยี่ยมไร้เทียมทาน อย่างไรก็ตาม การหักเล่ห์ชิงเหลี่ยมของตัวละครทั้งหลายยังมีระยะห่างจากโลกความเป็นจริงในระดับหนึ่ง
โลกเบี้ยวๆใบนี้มีการเคลื่อนไหวชิงชัยที่แสนสลับซับซ้อน มีการวางหมากขบคิดกันหลายชั้นหลายตอน แต่ละฝ่ายมีผู้ปฏิบัติการมากมาย ด้วยภารกิจที่หลากหลาย ทั้งการสร้างพันธมิตรชั่วคราวและถาวรซึ่งซ้อนทับและเปราะบางยากหยั่งคำนวณ เกิดการทรยศหักหลังทั้งจากภายในและภายนอก การช่วงชิงชัยชนะมีทั้งฝ่ายที่เปิดเผยและฝ่ายที่ซ่อนเร้นปิดลับ การต่อสู้จึงถึงพริกถึงขิงทุกเม็ดหมาก
กิมย้งเขียนถึงการชิงไหวชิงพริบที่ชาญฉลาดล้ำลึกแต่ยังไม่แสบสันต์ถึงทรวง ในโลกความจริง การต่อสู้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ระดับการชิงไหวชิงพริบเท่านั้น แต่ได้ยกระดับสู่การต่อสู้เชิงกลยุทธ์ จึงทำให้การชิงไหวชิงพริบในโลกความจริงมีความสลับซับซ้อนแตกต่างจากการชิงไหวชิงพริบในนิยายของกิมย้ง
ใช่แล้ว ท่านกิมย้งเป็นสุภาพบรุษผู้ทรงภูมิปัญญาและจริยะอันสูงส่ง ท่านย่อมไม่ถนัดในการวางแผนช่วงชิงกับผู้คน หรือหากท่านมีความสามารถด้านนี้อย่างเอกอุ ท่านย่อมไม่หน้าด้านพอที่จะใช้ออกมาทำร้ายผู้คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเขียนบรรยายเพื่อให้มนุษย์เรานำไปใช้ทำร้ายข่มเหงกันและกัน
แต่สำหรับหวงอี้นั้น แม้จะเขียนตัวละครได้ไม่ละเมียดละไมซาบซึ้งใจได้เท่ากิมย้ง การร้อยเรียงเรื่องราวยังไม่เรียบเนียนประดุจ “ภูษาฟ้าไร้ตะเข็บ” แต่หวงอี้ได้ชดเชยผู้อ่านด้วยการสร้างตัวละครให้สอดคล้องกับวิธีคิดและการดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน ทั้งฝ่ายพระเอกและผู้ร้าย ต่างมีความรักโลภโกรธหลงทะเยอทะยานไม่แตกต่างกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการวางแผนเพื่อชิงความเป็นใหญ่ หวงอี้เพียบพร้อมทั้งในระดับยุทธศาสตร์และยุทธวิธี รวมถึงปฏิบัติการชิงไหวชิงพริบที่ใช้ทั้งลิ้นคารม มารยาหญิง/ชาย หรือบางครั้งต้องใช้ความจริงใจเพื่อซื้อใจคน ทั้งหมดนั้นหวงอี้ได้เตรียมความพร้อมให้กับพวกเราได้ใช้ต่อสู้ในยุคสมัยปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน
หวงอี้ย่อมไม่ใช่คนไร้คุณธรรม ดังนั้น ท่านน่าจะตระหนักถึงความจริงที่แสนโหดร้ายว่า ผู้มีอำนาจในสังคมได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมยุทธศาสตร์ยุทธวิธีทุกกระบวนท่าครบถ้วนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประยุกตฺ์ใช้จากหนังสือของท่าน มีเพียงคนธรรมดาสามัญเท่านั้นที่ไม่มีความรู้ด้านนี้
ท่านหวงอี้จึงได้ช่วยเติมเต็มติดอาวุธให้
เนื้อหาและตัวละครในนิยายของหวงอี้ จึงเต็มไปด้วยภารกิจใหญ่ เพราะมีแต่การช่วงชิงความเป็นใหญ่เท่านั้น ที่ต้องคิดอ่านวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ ลึกล้ำไพศาลทั้งในระดับกลยุทธ์(ยุทธศาสตร์+ ยุทธวิธี) และปฏิบัติการปลีกย่อย หวงอี้จึงสามารถแสดงออกถึงภูมิปัญญาจีนกว่าสามพันปีได้อย่างเต็มพิกัด ทั้งตำราพิชัยสงคราม การเคลื่อนทัพบัญชาไพร่พล ตำราความรู้และประสบการณ์ด้านการปกครองบริหารประเทศ ไหวพริบเหลี่ยมคูทางการเมือง การเจรจาต่อรอง ยิ่งเมื่อผสานกับความรู้ด้านวรยุทธ์ที่อิงมาจากคัมภีร์ทางศาสนาลัทธิของจีน ทั้งวิถีเต๋า Zen และนิกายเร้นลับต่างๆ ทำให้ภูมิปัญญาบูรณาการที่หวงอี้บรรจงมอบให้ผู้อ่านนั้น บรรลุถึงขั้นไร้ที่สุด
เราท่านเมื่ออ่านนิยายของหวงอี้แล้ว ย่อมสามารถเก็บเกี่ยวประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาที่นำเสนอในหนังสือไปใช้เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า เหมือนกับที่ตัวเอกของนิยายได้ใช้ความรู้ความพยายามทั้งมวลเพื่อบรรลุกิจการใหญ่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านที่ยังเป็นคนธรรมดา แต่มีหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ทุกผู้คน ได้ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อบรรลุหนทางยิ่งใหญ่ดุจเดียวกัน
“โคว่จง” ตัวเอกในเรื่องมังกรคู่สู้สิบทิศ ยอดคนคิดการใหญ่ แต่กลับให้ความรู้สึกที่สนุกสนาน บรรยากาศสุขสบายผ่อนคลาย การช่วงชิงของ “โคว่จง” บางครั้งเป็นเพียงการสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ชีวิต จึงทำให้คนธรรมดาอย่างพวกเราเกิดความต้องการที่บุกบั่นฝ่าฟันเช่นเดียวกัน ไม่เกิดความท้อถอย แต่มองภารกิจอย่างมีสีสัน ปลุกชีวิตที่เคยท้อถอยเพราะหวาดกลัวในความใหญ่โต ให้พร้อมออกเดินทางก้าวแรก เพื่อก้าวต่อไปนับหมื่นก้าว จนกว่าจะพบความสำเร็จ
“หลิวอวี้” ตัวเอกในเรื่องจอมคนแผ่นดินเดือด จอมคนผู้คิดการใหญ่ในความรู้สึกบีบคั้นของยุคสมัย ไม่อาจเสพรับความบันเทิงเช่นเดียวกับโคว่จง เช่นเดียวกับ “ทัวปากุย” ตัวเอกในเรื่องเดียวกัน ได้ถูกบรรยากาศบีบคั้นของยุคแผ่นดินเดือด กดทับจนต้องช่วงชิงความเป็นใหญ่ เพื่อความอยู่รอดของชนเผ่า แต่ภายใต้ความบีบคั้นนั้นยังแฝงเสน่ห์ความงามบางประการ ที่ปลุกเร้าให้ผู้อ่านลืมความเจ็บช้ำที่ได้รับจากการดำรงชีวิต การต่อสู้แข่งขัน ซึ่งบางครั้งต้องพลิกจากผู้ชนะเป็นผู้แพ้ พลิกจากฝ่ายกระทำเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่พันครั้ง ยามเมื่อนึกถึงความเข้มแข็งของจอมคนทั้งสองในเรื่อง ผู้อ่านย่อมีพลังไฟที่จะก้าวเดินต่อไป จวบจนได้รับความสำเร็จ
นี่ยังไม่นับ “เซี่ยงเส้าหลง” ที่แม้นตัวเองไม่ได้คิดการใหญ่ แต่ได้สนับสนุนชายคนหนึ่งให้ขึ้นเป็นใหญ่เหนือชายทั้งปวงในใต้หล้า จนกว่าจะพบความสำเร็จ “เซี่ยงเส้าหลง” ต้องเหนื่อยยากกระไรเช่นนั้น แต่ภายใต้การต่อสู้ช่วงชิง ยังมีความรักและความอบอุ่นในครอบครัวเป็นเครื่องปลอบประโลมใจ
แต่ใครจะปฏิเสธได้ว่า ท่ามกลางสงครามช่วงชิงนั้น ย่อมไม่ได้อาศัยเพียงความสนุกสนานเบิกบานของโคว่จง ไม่ได้อาศัยความกดดันบีบคั้นของยุคสมัยเป็นแรงผลักดันแบบหลิวอวี้และทัวปากุย แต่ยังต้องอาศัยยุทธศาสตร์ยุทธวิธี และการพลิกแพลงต่างๆมากมาย จนกว่าตัวเอกทั้งหลายจะพบความสำเร็จ บางครั้งหากผิดพลาดเพียงเล็กน้อยย่อมหมายถึงจุดจบที่น่าสะพรึงกลัว ชีวิตครอบครัวและคนรักต้องนำมาวางเดิมพัน
ผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันล้วนต้องการความสำเร็จ จิตใจที่ชืดชาลาภยศสรรเสริญแบบ “ก๊วยเจ๋ง”, “เอี้ยก้วย”, “เตียบ่อกี้”, “เฉียวฟง”, หรือแม้แต่ “เหล็งฮู้ชง” ย่อมไม่ใช่วิถีคิดของคนส่วนใหญ่ในยุคนี้
ตลกร้ายยิ่งกว่า แม้แต่คนในยุคสมัยที่กิมย้งเริ่มเขียนนิยายมังกรหยกภาค 1 จิตใจที่บริสุทธิ์เช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่งนัก
จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนชื่นชอบหวงอี้ เพราะนอกจากสร้างตัวเอกของเรื่องให้มีแรงบันดาลใจและความใฝ่ฝันใกล้เคียงกับผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนี้แล้ว ยังมอบกลยุทธ์ (ยุทธศาสตร์และยุทธวิธี) ในการช่วงชิงความเป็นใหญ่ ซึ่งสามารถนำไปปรับประยุกต์ใช้ในโลกความเป็นจริงของผู้อ่านได้อีกด้วย
