สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์

December 8, 2008


Challenge Thailand 2010 ตอนที่แปด ทีมงานเดินทางไปถึงหน้าโดมท่าพระจันทร์ เพื่อสัมภาษณ์ รศ. ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ จากภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในสังคมจากการออกแถลงการณ์ในฐานะกลุ่ม 5 อาจารย์จากคณะนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ ในรายการตอนนี้ อาจารย์วรเจตน์ได้ให้ความรู้ในเรื่องหลักนิติรัฐ ความสำคัญของกฎหมายมหาชน รวมถึงเหตุผลที่ต้องออกแถลงการณ์ในนาม 5 อาจารย์ด้วย

อาจารย์วรเจตน์แนะนำให้อ่านหนังสือ สามก๊ก ฉบับวณิพก ของยาขอบ

อ่านเพิ่มเติม

โครงการ Challenge Thailand 2010 เป็นการสัมภาษณ์ผู้นำความคิด ผู้บริหารนโยบายสาธารณะ นักวิชาการอาวุโส ผู้นำภาคประชาชนที่มีมุมมองต่อความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยบริบทการสัมภาษณ์เป็นการใช้ความเป็นไปได้ของประเทศไทยในอนาคต ที่ถูกกำหนดโดยสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ


โครงการ Challenge Thailand 2010 ครั้งที่ผ่านมา

Comments

23 Responses to “สัมภาษณ์ รศ.ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์”

  1. 1. olahlah on December 8th, 2008 21:33

    ผมยังไม่ได้ฟังแต่ผมคาดหวังว่าน่าจะเป็นเทปที่ดีที่สุดตั้งแต่ทำรายการมา
    ปล.คนแรก อิๆ

  2. 2. เจริญชัย on December 9th, 2008 11:38

    น่าจะดีครับ ตั้งข้อสังเกตว่า

    คนกลาง กับคนขวา หน้าตาคล้ายๆกันเลยนะครับ เป็นพี่น้องกันหรือเปล่า อิอิ

  3. 3. Ratchanee on December 9th, 2008 12:11

    Excellent , I admire him very much. Thank you.

  4. 4. บดินทร์ on December 11th, 2008 0:42

    ชอบ บรรยากาศ ตรงลาน ปรีดี จริงๆ เข้าใจเลือก location ได้ดีมาก
    นี่แทบจะเป็นเรื่องๆ เดียว ที่ผม admire อ สุรพล (อธิการบดี) เลย นะ ฮ่าๆ

  5. 5. น้อย on December 13th, 2008 12:45

    ดาวน์โหลดได้ป่าว อยากจะนำไปเผยแพร่ให้พรรคพวกเพื่อนฝูงได้ทราบบ้าง

  6. 6. ้hellcat_a1 on December 13th, 2008 14:16

    ขอชื่นชม อ.วรเจตน์ ครับ เป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยที่ศึกษามา และไม่หลงมัวเมาในลาภยศสรรเสริญเหมือนอย่างอาจารย์ร่วมคณะินิติฯ มธ. บางคน

    เป็นกำลังใจให้ อ.วรเจตน์ สู้ต่อไปนะครับ

    ปล. ชอบที่อาจารย์บอกว่า คำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญที่ 3-5/2550 เป็นประกาศของคณะรัฐประหารฉบับหนึ่งที่กระทำในรูปของคำพิพากษา โดนใจจริง ๆ ครับ

  7. 7. Kaona on February 12th, 2009 20:39

    ชื่นชมอ.วรเจตน์

  8. 8. ryangiggs on February 25th, 2009 14:42

    กดดูแบบ Full Screen ไม่ได้ครับ (บน Mac)

    เว็บทั่วๆไปใช้ได้ แต่ที่นี่เต็มจอไม่ได้ครับ

  9. 9. TULAW on March 1st, 2009 14:49

    ไม่ได้เรียน sec อาจารย์เเต่แอบเข้าไปนั่งฟังบ่อยๆ 555

  10. 10. mile davis on June 18th, 2009 10:56

    อาจารย์เป็นสุดยอด ของความเที่ยงตรงที่ยึดมั่นในหลักการ ผมอ่านหนังสือ จุดไฟในสายลมของอาจารย์จบแล้ว ทำให้ผมตัดสินใจลงเรียนนิติศาสตร์ที่รามคำแหง หลังจากที่เรียนจบคณะรัฐศาสตร์จากที่นี้มา 10 กว่าปีแล้ว ผมจะเอาวิธีคิดวิธีตีความกฏหมายที่มีหลักการแห่งความเที่ยงตรงและความเป็นมนุษย์ของอาจารย์มาเป็นต้นแบบการเรียนกฏหมายของผมต่อไป

  11. 11. นิ่งดูมานาน on July 4th, 2009 21:43

    นักวิชาการ นักกฎหมายไทย และผู้พิพากษา ผู้เกี่ยวข้องการบังคับใช้กฎหมาย ควรยึดมั่นในหลักวิชาอย่างนี้บ้าง ไม่ควรลู่โอนตามผู้มีอำนาจ

  12. 12. P"ONE on January 10th, 2010 22:32

    พี่เป็นกำลังใจให้..อาร์ม..(พี่หนึ่ง)

  13. 13. กานต์ on March 30th, 2010 13:53

    ชอบอาจารย์ วรเจตน์ มาก ท่านมีความรู้ และมีความกล้าหาญทางจริยธรรม และเป็นตัวของตัวเองมาก สุดยอดจริง

  14. 14. กานต์ on March 30th, 2010 13:57

    ผมได้วิธีคิด และวิธีใช้ตรรกของท่าน และรู้จักการแยกประเด็น และจำแนกประเด็นหลักประเด็นรองจากหลักการของท่าน ขอให้ท่านเจริญ เป็นที่พึ่งของลูกศิษย์ต่อไปครับ สาธุๆ

  15. 15. mc on April 10th, 2010 2:52

    ผม เป็นอีกคนคับที่ได้รับชม การสัมภาษ ของอาจาร์ ทางโทรทัศ ขอบอกว่าชื่นชอบมากคับ
    คนที่เป็นกลางที่สุด ต่อการเมืองขนาดนี้ เป็นคนที่ยึดหลักการ ที่เรียนมา ไม่เหมือน นักวิชาการหลายคนที่เอาความคิดความรู้สึกของตัวเอง รวมเข้าไปโดยไม่ยึดหลักการ ขอนับถือครับอาจาร

  16. 16. l3omd on April 10th, 2010 20:03

    ได้นั่งดูรายการ คม ชัด ลึก จากช่องเนชัน แล้วนับถืออาจารย์มากเลยครับ

    ท่านคือผู้ที่ไม่ทรยศต่อวิชาชีพของตนเองและมีมโนธรรมสูงส่ง

    ไม่เหมือนพวกนักวิชาการที่หวังผลทางการเมืองพวกนั้น

  17. 17. ridrid on April 10th, 2010 20:12

    ขอชื่นชมด้วยความจริงใจครับ ดร.

  18. 18. panjang on April 15th, 2010 23:03

    ไม่น่าเชื่อว่าเขาเป็นถึงรองศาสตราจารย์

  19. 19. Kai on April 15th, 2010 23:19

    ไม่น่าเชื่อว่าเป็นแค่รองศาสตราจารย์

  20. 20. people on April 16th, 2010 15:14

    อาจารย์เก่งแต่ในตำรานะครับ
    คนดีเดือดร้อน คนเลวสุขสบายไม่ต้องคิดกันแล้วใช่มั้ยครับ
    หันไปมองผู้คนที่เดือนร้อนมั่งนะครับ ยืนอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน
    คิดแบบอาจารย์ เนี่ยครับเป็นพวกเห็นแก่ตัวเอง ไม่มองผู้อื่น
    ลองหันไปมองแผ่นดินอื่นที่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของชาติอื่น สิครับ
    เค้าไม่มีโอกาสมาพูดแบบมีศักดิ์ศรีแบบอาจารย์หรอกครับ
    พูดแบบอาจารย์อย่างนี้อีกหน่อย ประเทศชาติไม่เหลือครับ

  21. 21. นักคิด สองแคว on April 16th, 2010 18:05

    คห.20
    อาจารย์ไม่เก่งแต่ในตำราสิครับน่าเป็นห่วง แล้วในขณะนี้มีมากเหลือเกินในประเทศไทยอาจารย์พวกนี้ ปัญหาทางการเมืองที่เกิดจากการใช้กฎหมายนั้นนับได้ว่าเป็นปัญหาในทางวิชาการกฎหมายมหาชน จึงจำเป็นต้องใช้หลักการจากตำรากฎหมายมหาชนมาอธิบายโดยนักวิชาการกฎหมายมหาชนก่อน เป็นอันดับแรก จะเอาปัญหานี้ไปใช้โดยอ้างอิงจากหลักการกฎหมายสาขาอื่น หรือหลักการสาขาวิชาการแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศาสนาตลอดจนความเห็นความเชื่ออื่นๆ โดยนักวิชาการสาขานั้นๆ เห็นทีจะไม่ใช่ทางออก ซ้ำร้ายจะกลายเป็นปัญหาที่ซ้ำซ้อนมากขึ้นจากอัตตาของนักวิชาการในด้านนั้นๆ วรเจตน์เองถึงแม้จะไม่ใช่นักวิชาการกฎหมายมหาชนคนเดียวในประเทศนี้ แต่วรเจตน์นับได้ว่าเป็นนักนิติศาสตร์*สาขาวิชากฎหมายมหาชนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในประเทศนี้ อีกทั้งพื้นเพความรู้และปูมหลังยังควรที่จะได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะนักนิติศาสตร์อันดับหนึ่งของประเทศไทยในเร็ววันนี้ โปรดช่วยกันติดตามดู

    *นักนิติศาสตร์หมายถึงนักวิชาการกฎหมายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยนัยสำคัญกับบุคคล องค์กรหรือส่วนราชการใดโดยผลประโยชน์ แตกต่างกับนักกฏหมายที่มีอยู่ดาษดื่นในประเทศ จนขนาดที่ว่ามีผู้ขนานนามให้กับนักกฎหมายระดับปรมจารย์หลายคนว่า “นติบริกร” ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นนิติศาสตร์ในประเทศนี้อย่างประเมินค่าไม่ได้ แต่ผู้คนในแวดวงกลับไม่มีใครสนใจ

  22. 22. mook on April 17th, 2010 0:27

    วันนี้ขอสมมุติใจเป็นศิษย์คนหนึ่งที่ใฝ่หาความรู้และชื่นชมในเหตุและผลทางวิชาการที่อาจารย์นำมาประกอบคำอธิบาย ด้วยความภูมิใจ

  23. 23. Bee on April 18th, 2010 14:57

    ดูจากรายการทีวีไทย เห็นว่าท่านเป็นนักนิติศาสตร์เต็มตัวท่านมองในเรื่องกฏหมายเป็นสำคัญ ไม่ทราบว่าในหลักจรรยาธรรม ต้องพิจารณาคู่กับกฎหมายด้วยหรือไม่ นิติศาสตร์มีวิชาจรรยาธรรมอยู่ด้วยมั๊ย

Got something to say?