บทเรียนจาก “รัฐประหาร 19 กันยายน”
September 29, 2007
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม : Siam Intelligence Unit
เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการครบรอบ 1 ปีแห่งการทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 รัฐประหารดังกล่าวได้ส่งผลสะเทือนไปยังโครงสร้างทางสังคม การเมืองไทย อย่างลึกซึ้ง และผลดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นลบหรือบวกจะยิ่งเห็นผลชัดเจนในระยะยาวมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ รัฐประหารดังกล่าวยังสร้างความแปลกใจแก่ผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ รวมทั้งนักลงทุนต่างประเทศในประเทศไทย
รัฐประหารยังได้สร้างบทเรียนหลายบทเรียนที่น่าสนใจ ดังจะอภิปรายในด้านล่างนี้
เบื้องลึกสถานการณ์ในพม่า
September 27, 2007
โดย กานต์ ยืนยง : Siam Intelligence Unit
ในขณะนี้ทั่วโลกกำลังจับตาการเมืองในพม่ากันอย่างจดจ่อ ว่าจะเกิดเหตุการณ์พลิกผันไปเช่นไรอีก หลังจากที่วานนี้รัฐบาลทหารพม่าตัดสินใจส่งกองกำลังตำรวจและทหารติดอาวุธ เข้าสลายการชุมนุม ส่งผลให้มีพระสงฆ์และผู้เข้าร่วมชุมนุมบาดเจ็บล้มตาย มีรายงานจาก BBC ถึงตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการปราบจราจลครั้งนี้ 5 คน ในขณะที่รัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธตัวเลขนี้และว่ามีผู้เสียชีวิตจากการปราบจราจลเพียง 1 ราย
ลงทุนอย่างไร ในภาวะตื่นตระหนก
September 26, 2007
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit
ในทางส่วนตัว ทุกคนต้องพึ่งพาการหาความรู้และการวิเคราะห์ของตนเอง แต่ถ้าเมืองไทยได้พัฒนา Strategic Information Business (SIB) หรือ “ธุรกิจข่าวสารเชิงกลยุทธ์” ขึ้นมา เราย่อมสามารถพึ่งพามืออาชีพได้ ไม่ใช่แค่ข้อมูลที่ตายซากตามบทวิเคราะห์ แต่สามารถใช้บริการ Knowledge on Demand โดยยอมจ่ายค่าบริการปรึกษาแบบตัวต่อตัว เพื่อปรับการวิเคราะห์ ให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของเรา นำไปสู่การสร้างผลตอบแทนการลงทุนที่ดีกว่า
Get Value added Knowledge. Get Everything : มีความรู้เหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
September 25, 2007
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit
Average men sell knowledge, sell product and sell everthing.
Wise men buy Value added Knowledge, sell Value added Product and get Everything.
คนธรรมดา ขายทุกอย่าง ด้วยคุณภาพธรรมดา แม้แต่เวลาให้ลูกเมีย ยังต้องนำมาขายเพื่อผ่อนบ้าน หากวันใดล้มเหลวในการขาย อาจต้องขายแม้แต่เชือกแขวนคอตนเอง
Invest for nation. Invest for your wealth : ลงทุนเพื่อคุณ ลงทุนเพื่อชาติ
September 24, 2007
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit
คนไทยมองการลงทุนในแง่ร้าย ความมั่งคั่งของชาติ ควรมาจากการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่เก็งกำไรในตลาดหุ้นอย่างโลภโมโทสัน แต่ที่ได้เสนอไปคราวที่แล้ว Rethink พิจารณาการลงทุนในแง่มุมใหม่ Revalue ประเมินค่าใหม่ว่า ตลาดหุ้นเป็นกลไกในการระดมเงินทุนเพื่อสร้างธุรกิจ เพราะผู้คนมากมายเหลือเกิน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีมันสมองอัจฉริยะ คิดค้น Model ธุรกิจชั้นเลิศ แต่น่าเสียดายที่ขาดแคลน “เงินลงทุน” จึงทำให้ไม่อาจสานฝันให้กลายเป็นจริงได้
Rethink supply side economics
September 21, 2007
โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit
1. เราไม่อาจแก้ปัญหาใหม่ได้ โดยใช้กรอบความคิดแบบเดิม Rethink จึงมีความสำคัญ เราเชื่อมาโดยตลอดว่า “ทุนนิยมแท้” ต้องคิดค้นเทคโนโลยี แต่ Star Bucks ไม่ได้มีเทคโนโลยีใหม่อันใด เรายินดีจ่ายค่ากาแฟ 90 บาท แทนที่จะเป็น 50 บาท เป็นค่าวัฒนธรรม ความรู้สึกที่ละเมียดละไม ความมีสไตล์ และความรู้สึกว่าได้เสพสุขแบบชนชั้นสูง
ความเสี่ยงการเมืองไทยในครึ่งปีหลัง 2550
September 20, 2007
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม : Siam Intelligence Unit
นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2549 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 18 เดือนมาแล้วที่การเมืองไทยตกอยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอน ความไม่แน่นอนจากปัจจัยทางการเมือง ได้ส่งผลสะเทือนลึกซึ้งต่อกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศอย่างสำคัญโดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจของไทยใน 4 ด้านหลักกล่าวคือ 1) การใช้จ่ายภาครัฐ 2) การลงทุนภาคเอกชน 3) การบริโภคเอกชน และ4) การส่งออก ชะงักแทบทั้งหมด หลงเหลือเพียง กิจกรรมด้านการส่งออกเท่านั้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอยู่
ถึงเวลา… ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ด้านศักยภาพการผลิต
September 20, 2007
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม : Siam Intelligence Unit
ปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งในรอบสองสามเดือนที่ผ่านมา เป็นจุดปลายยอดน้ำแข็งของปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทยนั่นคือ ความอ่อนแอในศักยภาพการผลิต ประสิทธิภาพการผลิต และการลดถอยลงของความสามารถเชิงแข่งขันของประเทศ (competitiveness) ที่ครอบคลุมไปมิติอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ อาทิ ประสิทธิภาพการบริหารของระบบราชการ ระบบธรรมาภิบาล การศึกษา และศักยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ปี 2551 ประเทศไทยยังคงอยู่ในหล่มปลัก
September 20, 2007
โดยสุรศักดิ์ ธรรมโม : Siam Intelligence Unit
หลังจากที่รัฐธรรมนูญได้ผ่านประชามติและมีผลบังคับใช้ ภาคธุรกิจและประชาชนได้คาดหวังว่าปัญหาทางการเมืองที่ทำให้ประเทศไทยติด ”หล่มปลัก” จะคลี่คลายลง



