<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	>

<channel>
	<title>Siam Intelligence Unit</title>
	<atom:link href="http://www.siamintelligence.com/wordpress/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress</link>
	<description>Your Business Strategic Advisor</description>
	<pubDate>Thu, 03 Jul 2008 07:26:30 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.5.1</generator>
	<language>en</language>
			<item>
		<title>Practical Utopia IX : กรณีเขาพระวิหาร และวิกฤตเงินเฟ้อ</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/preah_vihear_and_inflatio/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/preah_vihear_and_inflatio/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 02 Jul 2008 10:16:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Practical Utopia]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=162</guid>
		<description><![CDATA[

ดาวน์โหลด MP3 (เฉพาะเสียง)
ดาวน์โหลด MP4 (ทั้งภาพและเสียง)

Practical Utopia ตอนนี้จะเป็นการพูดถึงปัญหาที่เป็นข้อถกเถียงทางการเมืองกรณีปราสาทพระวิหาร และปัญหาเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากเงินเฟ้อในระดับสูง
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="290" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.flv &amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv" /><param name="src" value="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="290" src="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" flashvars="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.flv&amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv"></embed></object></p>
<ul>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.mp3">MP3 (เฉพาะเสียง)</a></li>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.mp4">MP4 (ทั้งภาพและเสียง)</a></li>
</ul>
<p>Practical Utopia ตอนนี้จะเป็นการพูดถึงปัญหาที่เป็นข้อถกเถียงทางการเมืองกรณีปราสาทพระวิหาร และปัญหาเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากเงินเฟ้อในระดับสูง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/preah_vihear_and_inflatio/feed/</wfw:commentRss>
<enclosure url="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0009/practical09.mp3" length="22686784" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>กำไรสูงสุด หาใช่สวัสดิการสูงสุด</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/maximize_welfare_not_profit/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/maximize_welfare_not_profit/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 27 Jun 2008 08:09:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ธุรกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=161</guid>
		<description><![CDATA[บรรษัทยุคใหม่จึงไม่สามารถคำนึงถึงเพียงกำไรสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป หากแต่จะต้องคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อลูกค้า ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนต้องไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบคู่แข่งขันจากอำนาจเหนือตลาด และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงภารกิจของกิจการตนเองว่าคุณค่าที่แท้จริงคืออะไร และสามารถพัฒนาสังคมที่ตนเองนั้นเป็นสมาชิกอยู่ให้ก้าวหน้าไปได้อย่างไร ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><b>โดย กานต์ ยืนยง : Siam Intelligence Unit</b></p>
<p>ผมอ่านบทความของ ดร. โสภณ พรโชคชัย เรื่อง “ธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมสูงสุดคือธุรกิจที่กำไรสูงสุด <font color=blue>[1]</font> ด้วยความสนใจ และเมื่อเห็นคำตอบของ ดร. โสภณ ต่อผู้แสดงความเห็นในบทความ ทำให้สามารถทำความเข้าใจวิธีคิดของ ดร. โสภณได้มากขึ้น</p>
<p>แม้โดยพื้นฐานข้อเสนอเรื่อง “การทำกำไรสูงสุด” ของธุรกิจ เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในระดับหน่วยผลิต เพราะการทำกำไรหมายถึง ผลจากการบริหารต้นทุนให้ต่ำสุด ในขณะที่มีการผลิตสินค้าให้เพียงพอกับความต้องการของตลาด แต่คำว่า “ธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสังคมสูงสุด” และอีกหลายข้อความในบทความ รวมไปถึงความคิดเห็นที่ตอบผู้แสดงความคิดเห็นของ ดร. โสภณ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากตรรกะที่ว่า เมื่อกำไรมากก็ทำให้เสียภาษีมาก อนุมานได้ว่าทำให้รัฐสามารถนำเอารายได้ที่จัดเก็บจากภาษีมาพัฒนาประเทศต่อได้มากนั้น (ประเด็นประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ในมุมมองของผม มองแล้วยังเป็นตรรกะที่มองได้ไม่ครอบคลุมนัก<br />
<span id="more-161"></span><br />
<b><font color=blue>ข้อเท็จจริงเรื่องภาษี</font></b></p>
<p>ตามปกติแล้วฐานจัดเก็บภาษีของรัฐไม่ได้มีที่มาจากภาษีที่เก็บจากกำไรของบริษัท (ภาษีเงินได้นิติบุคคล) เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีที่มาจากรายได้ของประชาชนทั่วไป (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน (รวมบริษัทและกิจการต่างๆ) อันเป็นภาษีทางอ้อมอย่างภาษีมูลค่าเพิ่ม อีกด้วย <font color=blue>[2]</font> นอกจากภาษีทั้งสามชนิดยังมีภาษีอื่นๆ เช่นภาษีสรรพสามิต ภาษีอากรจากกรมศุลกากร และภาษีเบ็ดเตล็ด เช่นภาษีไพ่, ภาษีสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และภาษีสถานอาบน้ำหรืออบตัวและนวด เป็นต้น แผนภาพข้างล่างนี้แสดงข้อมูลเปรียบเทียบว่า เอาเข้าจริงแล้วภาษีที่มีความสำคัญมากที่สุดและเป็นภาษีที่รัฐจัดเก็บได้มากที่สุด กลับเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ในบางเวลาเช่นช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ รัฐสามารถจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาได้มากกว่าภาษีนิติบุคคลด้วยซ้ำไป <font color=blue>[3]</font></p>
<p><center><br />
<img src="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200806/26_233511_79.jpg"><br />
</center></p>
<p>ดังนั้นหากใช้ตรรกะเรื่อง “การเสียภาษี” ว่าใครเสียภาษีมากกว่า ก็ถือว่าผู้นั้นมีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงกว่า ดังบทความของ ดร.โสภณ มาตัดสินแล้ว เรายังสมควรต้องพิจารณาตัวละครที่เกี่ยวข้องอย่าง “ประชาชนทั่วไป” เพิ่มขึ้นมาจากการพิจารณาเฉพาะแค่ บริษัท หรือหน่วยธุรกิจ อีกด้วย ในแง่มุมของผู้บริหารนโยบายสาธารณะจึงไม่สามารถยอมรับได้ว่าผลประโยชน์ของบรรษัท (อันอาจทำให้บรรษัทได้รับกำไร) มีเหนือกว่าผลประโยชน์ของประชาชน หากแต่จะต้องพิจารณาให้ครอบคลุมมากขึ้น บางครั้งอาจจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของบรรษัท อันอาจทำให้กำไรของบรรษัทลดน้อยลง (หรือบางครั้งกลับกัน) ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายให้มี “สวัสดิการสังคม” สูงสุด แทน</p>
<p><b><font color=blue>การแทรกแซงของรัฐที่เหมาะสม ในสภาพตลาดแบบผูกขาด</font></b></p>
<p>โดยอาศัยพื้นฐานแนวคิดการกำหนดเป้าหมายที่ “สวัสดิการสังคม” แนวคิดแบบเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก แสดงตัวอย่างคลาสสิคในการแทรกแซงของรัฐต่อตลาดที่มีลักษณะผูกขาด (Monopoly market) เพื่อให้ได้สวัสดิการสูงสุดดังต่อไปนี้</p>
<p><center><br />
<img src="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200806/27_121049_89.jpg"><br />
</center></p>
<p>ในกรณีที่ไม่มีการแทรกแซงจากรัฐ ธุรกิจสมมตินี้จะกำหนดราคาขายที่ 18 บาท และขายไป 6 หน่วย (สามารถทำได้เนื่องจากเป็นตลาดแบบผูกขาด) ผลประโยชน์ของผู้บริโภคอยู่ในพื้นที่ A และผลประโยชน์ของผู้ผลิตอยู่ที่พื้นที่ B+D แต่ถ้ารัฐกำหนดราคาเพดานเป็น 16 บาท จะทำให้ธุรกิจสมมตินี้ขายสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 8 หน่วย ผลประโยชน์ของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นมาเป็น A+B+C ในขณะที่ผลประโยชน์ของผู้ผลิตจะเปลี่ยนเป็น D+E</p>
<p>เมื่อคิดสวัสดิการสังคมในกรณีรัฐไม่ได้แทรกแซง (ไม่ได้ควบคุมราคา) จะมีผลรวมที่ A+B+D ในขณะที่หากรัฐเข้าควบคุมราคาสวัสดิการสังคมจะอยู่ที่ A+B+D+C+E ประโยชน์ที่สูญหายไปโดยเปล่าประโยชน์ (C+E) ซึ่งเกิดจากการที่รัฐไม่ได้เข้าแทรกแซงโดยการควบคุมราคานี้เรียกว่า Deadweight Loss <font color=blue>[4]</font></p>
<p>เมื่อใช้ตรรกะเรื่องภาษีเข้ามาจับ แม้ว่ารายได้ (อันจะทำให้กำไร) ของผู้ผลิตลดน้อยลงบ้าง แต่ผลรวมจากประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้รัฐได้รับประโยชน์จากส่วนของภาษีมูลค่าเพิ่ม จากธุรกรรมที่มากขึ้นด้วย นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงว่า การที่กิจการทำกำไรได้มากที่สุด ไม่ได้แปลว่าทำให้รัฐได้รับรายได้สูงสุดตามไปด้วย</p>
<p>นอกเหนือจากรายได้ที่เป็นตัวเงินโดยตรงอย่างเช่นภาษีที่รัฐได้รับเพิ่มมากขึ้น  ผู้บริโภคยังได้รับผลประโยชน์มากขึ้น คือผู้บริโภคที่มีความสามารถในการจ่ายราคาสินค้าที่ 18 บาทขึ้นไป ก็จ่ายเงินน้อยลง (16 บาท) ทำให้ได้รับความพึงพอใจมากขึ้น และสามารถนำเงินที่ประหยัดลงนี้ไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่นได้ ในขณะที่มีผู้บริโภคบางคนที่มีความสามารถจ่ายราคาสินค้าที่ 16 บาทก็สามารถหาซื้อบริการเพิ่มขึ้นด้วย ในแง่สถานการณ์สมมตินี้ มีผู้บริโภคที่มีความสามารถซื้อหาสินค้าเพิ่มขึ้นได้อีก 2 หน่วย ในทางเศรษฐศาสตร์จึงมักนิยมกำหนดนโยบายหรือสร้างสภาพแวดล้อม ให้มีการแข่งขันอย่างเสรี หรือมีตลาดแข่งขันที่สมบูรณ์แบบ (Perfect competition market) เพราะไม่เพียงแต่อำนาจการกำหนดราคาของผู้ผลิตจะลดลงแล้ว (ในทางกลับกันก็จะทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากขึ้นจากการจ่ายราคาที่น้อยลง) ก็ยังทำให้มีผู้ผลิตหลายราย ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อหาสินค้าบริการที่หลากหลาย ตรงตามรสนิยมและความต้องการของตนเองมากยิ่งขึ้น</p>
<p>การที่หน่วยธุรกิจตั้งใจตั้งราคาให้สูงกว่าที่ควรจะเป็นในตลาดแบบผูดขาด ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องจริยธรรมหรือความรับผิดชอบทางสังคม แต่ในทางเศรษฐศาสตร์มองว่าเป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้กิจการได้รับกำไรสูงสุด ซึ่งนอกจากอำนาจเหนือตลาดในการกำหนดราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็นแล้ว หน่วยธุรกิจยังอาจจะเลือกกำหนดราคาให้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมากๆ เพื่อผลในการข่มขู่และขับคู่แข่งออกจากตลาดได้อีกด้วย และเมื่อคู่แข่งไม่สามารถทำการแข่งขันได้ จนกระทั่งพ้นจากตลาดไปแล้ว หน่วยธุรกิจนั้นก็จะกำหนดราคาให้สูงกว่าที่ควรจะเป็นดังเดิม เพราะกลายเป็นผู้เล่นรายเดียวที่เหลืออยู่ในตลาด วิธีการแบบนี้เรียกว่า การกำหนดราคาแบบกำจัดคู่แข่ง (Predatory pricing หรือ Destroyer pricing) <font color=blue>[5]</font></p>
<p>ในความเป็นจริง ประเทศไทยมีกฎหมายควบการผูกขาดและอำนาจเหนือตลาดนี้ โดยผ่านทางพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 <font color=blue>[6]</font> (ดูหมวดที่ 3 การป้องกันการผูกขาด) แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เราจะเห็นว่าในปัจจุบันยังมีกิจการที่สามารถถูกพิจารณาได้ว่าอยู่ในสภาพผูกขาดตลาดอยู่เต็มไปหมด ทั้งนี้เป็นได้ว่าสภาพเช่นนี้คงอยู่ได้เพราะการที่เจ้าของกิจการเหล่านี้มีความเกี่ยวข้อง หรือมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจทางการเมือง หรืออาจจะมีอิทธิพลที่สำคัญต่อนโยบายทางการเมือง มากกว่าประชาชนทั่วไป</p>
<p><b><font color=blue>ผลกระทบภายนอกเชิงลบ จากการแสวงหากำไรสูงสุด</font></b></p>
<p>นอกเหนือจากทางเลือกในการมีอิทธิพลในเชิงลบ จากการมีอำนาจเหนือตลาดของหน่วยธุรกิจแล้ว ผลพลอยได้จากการผลิตผลผลิตของหน่วยธุรกิจบางประเภทที่ทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่นการปล่อยของเสียออกสู่บรรยากาศ หรือปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำ ผลกระทบภายนอกเชิงลบมีตั้งแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจน ดังเช่นผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมนี้ ก็อาจเป็นไปได้ว่าการประกอบกิจการของธุรกิจบางประเภทสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสังคมได้ เช่นอาจก่อให้เกิดอาชญากรรมมากขึ้น ก่อให้เกิดอุบัติเหตุมากขึ้น (กรณี สุรา, บุหรี่, การพนัน) ด้วยเช่นกัน</p>
<p>หากใช้ตรรกะการทำกำไรสูงสุดมาจับแล้ว ก็อาจหมายความว่าธุรกิจเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมหรือกำจัดของเสียจากการผลิตเหล่านี้แต่อย่างใด เพราะการสร้างกระบวนการกำจัดหรือควบคุมของเสียมีผลทำให้ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลกำไรลดน้อยลง</p>
<p>กรณีการปล่อยของเสียสารพิษลงสู่แม่น้ำ จนทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อาศัยในบริเวณใกล้เคียง บางครั้งเงินชดเชยก็ไม่ได้ช่วยเยียวยาหรือรักษาผู้ป่วยให้หายขาดได้ นอกจากปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยแล้ว ก็อาจยังมีผลกระทบทั้งในแง่การดำรงชีวิตและการหาเลี้ยงชีพต่อเนื่องไปถึงครอบครัวและญาติในครอบครัวอีกด้วย รัฐบาลจึงจะต้องมีการกำหนดนโยบายเพื่อประกันให้ผู้ผลิตมีมาตรการป้องกันและควบคุมการปล่อยของเสียต่างๆ</p>
<p><font color=blue><b>มุมมองจากกรอบมาร์กซิสต์</b></font></p>
<p>นอกเหนือจากกรอบแบบเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก กรอบแบบมาร์กซิสต์ในเรื่องการขูดรีดแรงงาน ก็มีความมีแง่มุมให้พิจารณาอยู่ไม่น้อย มาร์กซ์มองว่า คนเราไม่ได้เกิดมาเท่าเทียมกันทั้งหมด เพราะชนชั้นนายทุนซึ่งรวมไปถึงทายาทของเขาตั้งต้นที่เงิน คือเอาเงินตรานั้นไปลงทุนสร้างโรงงาน และว่าจ้างกรรมกรเข้ามาทำงานในโรงงาน, ในขณะที่ชนชั้นกรรมาชีพ ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเงิน ก็ต้องยินยอมขายกำลังแรงงานตนเองเพื่อแลกกับค่าจ้าง</p>
<p>ด้วยไม่มีทางเลือก ทำให้กรรมกรนั้นต้องยินยอมขายกำลังแรงงานของตนเองนั้นในราคาถูกกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่นายทุนสามารถประหยัดต้นทุนลงจากการจ่ายค่าแรงให้กรรมกร เมื่อโรงงานผลิตสินค้าและไปขายในท้องตลาด นายทุนก็จะได้ผลตอบแทนที่มากกว่าที่ควรจะเป็น ก็เพราะส่วนหนึ่งเขาได้ขูดรีดเอาไปจากค่าแรงของกรรมกรนั้นเอง</p>
<p>ในขณะที่กรรมกรต้องทำงานในโรงงาน 10 ชั่วโมง ต่อวัน แต่ค่าจ้างที่เขาได้นั้น ในความเป็นจริงเทียบเท่าได้กับการที่เขาทำงานเพียง 3 ชั่วโมง คนที่เข้าใจเรื่องมาร์กซิสต์ และแนวคิดฝ่ายซ้ายจึงมองสินค้าต่างๆ ในรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างทุน และการขูดรีด ไม่ได้มองเป็นเพียงสินค้าที่สวยงาม (เช่นมองว่าโต๊ะ-เก้าอี้ที่ใช้อยู่ นีเป็นการขูดรีดแรงงานมาได้เป็นมูลค่ามากน้อยเท่าใด)</p>
<p>ดังนั้น นอกเหนือจากความสัมพันธ์แบบการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างเสรีแล้ว ก็ยังมีความสัมพันธ์ในเชิงขูดรีดกำลังแรงงานอยู่ด้วย</p>
<p><b><font color=blue>แนวทางปฏิบัติของบรรษัทยุคใหม่</font></b></p>
<p>ในโลกยุคใหม่ภารกิจขององค์กรยุคใหม่ย่อมมีความสลับซับซ้อนเพิ่มมากขึ้น ผมเห็นด้วยกับข้อเขียนของ ดร.โสภณว่า กระแสความนิยม Corporate Social Response (CSR) ที่มีอยู่ในเวลานี้มีลักษณะเป็นแบบฉาบฉวย และเป็นเรื่องเหลวไหลไร้แก่นสาร ทั้งนี้เพราะขาดการทำความเข้าใจถึง “หลักการ” และ “หลักปฏิบัติ” ที่จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมในแง่มุมต่างๆ ในฐานะที่บรรษัทเป็นสมาชิกที่ดีหน่วยหนึ่งในสังคม</p>
<p>บรรษัทยุคใหม่จึงไม่สามารถคำนึงถึงเพียงกำไรสูงสุดแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป หากแต่จะต้องคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อลูกค้า ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้น พนักงาน ลูกจ้าง ตลอดจนต้องไม่ฉวยโอกาสเอาเปรียบคู่แข่งขันจากอำนาจเหนือตลาด และคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงภารกิจของกิจการตนเองว่าคุณค่าที่แท้จริงคืออะไร และสามารถพัฒนาสังคมที่ตนเองนั้นเป็นสมาชิกอยู่ให้ก้าวหน้าไปได้อย่างไร <font color=blue>[7]</b></p>
<hr />
<b>เชิงอรรถ</b><br />
<font color=blue>[1]</font> <a href="http://www.prachatai.com/05web/th/home/12644">http://www.prachatai.com/05web/th/home/12644</a></p>
<p><font color=blue>[2]</font> ถึงตรงนี้ผมยังมึนงงกับแคมเปญ อารยขัดขืนด้วยการไม่เสียภาษีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่กำลังมีการรณรงค์และชุมนุมทางการเมืองในช่วงนี้อยู่ไม่น้อย ว่าในทางปฏิบัติจะทำได้มากน้อยเพียงใด ในเมื่อภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นถูกจัดเก็บ “ณ ที่จ่าย” ไปก่อนที่เราจะได้รับเงินเดือนแล้ว ในทำนองเดียวกัน ภาษีที่หลีกเลี่ยงได้ยากกว่าอย่าง “ภาษีมูลค่าเพิ่ม” นั้น ถูกจัดเก็บทุกขั้นตอนเมื่อมีการจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อหาสินค้าและบริการที่มีจำหน่ายทั่วไปตามกฎหมาย</p>
<p><font color=blue>[3]</font> เก็บข้อมูลรายได้รัฐบาล จากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง <a href="http://www.fpo.go.th/content.php?action=view&#038;section=A050000000&#038;id=6630">http://www.fpo.go.th/content.php?action=view&#038;section=A050000000&#038;id=6630</a> </p>
<p><font color=blue>[4]</font> ดูเพิ่มเติม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Deadweight_loss">http://en.wikipedia.org/wiki/Deadweight_loss</a> </p>
<p><font color=blue>[5]</font> ดูเพิ่มเติม <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Predatory_pricing">http://en.wikipedia.org/wiki/Predatory_pricing</a></p>
<p><font color=blue>[6]</font> ดูเพิ่มเติม <a href="http://www.oic.go.th/CABOICFORM05/DRAWER05/GENERAL/DATA0000/00000358.DOC">http://www.oic.go.th/CABOICFORM05/DRAWER05/GENERAL/DATA0000/00000358.DOC</a> </p>
<p><font color=blue>[7]</font> บรรษัทและองค์กรยุคใหม่ไม่ว่าจะแสวงหากำไรหรือไม่ก็ตาม อาจใช้เครื่องมืออย่างเช่น ตารางการบริหารแบบสมดุล (Balanced Scorecard) และ แผนที่ยุทธศาสตร์ (Strategy Map) เพื่อรับมือกับความท้าทายในการกำหนดเป้าหมายที่ซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นได้ โดยเบื้องต้นเครื่องมือตารางบริหารแบบสมดุล กำหนดเป้าหมาย (แบบวัดผลได้) อยู่ 4 วัตถุประสงค์คือ เป้าหมายทางการเงิน, เป้าหมายต่อการบริการลูกค้า, เป้าหมายต่อกระบวนการภายใน, และเป้าหมายต่อกระบวนการเรียนรู้และการเติบโตขององค์กร เราสามารถประยุกต์เป้าหมายเหล่านี้ได้ตามที่ต้องการ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Strategy_map<br />
">http://en.wikipedia.org/wiki/Strategy_map</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/maximize_welfare_not_profit/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Practical Utopia VIII : สัมภาษณ์ CEO ของ 101g</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-viii-101g-ceo-interview/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-viii-101g-ceo-interview/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Jun 2008 11:18:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Practical Utopia]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=160</guid>
		<description><![CDATA[

ดาวน์โหลด MP3 (เฉพาะเสียง)
ดาวน์โหลด MP4 (ทั้งภาพและเสียง)

Practical Utopia ตอนนี้จะเป็นการพูดคุยกับคุณปริวัฒน์ สุริยามาศ , CEO ของบริษัท 101g ซึ่งทำธุรกิจอยู่ในสายงานเทคโนโลยีสื่อสารคมนาคม เป็นการเจาะลึกถึงเบื้องหลัง ความเป็นมาของกิจการและความสำเร็จของกิจการ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="290" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.flv &amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv" /><param name="src" value="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="290" src="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" flashvars="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.flv&amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv"></embed></object></p>
<ul>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.mp3">MP3 (เฉพาะเสียง)</a></li>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical_08.mp4">MP4 (ทั้งภาพและเสียง)</a></li>
</ul>
<p>Practical Utopia ตอนนี้จะเป็นการพูดคุยกับคุณปริวัฒน์ สุริยามาศ , CEO ของบริษัท <a href="http://101g.com/">101g</a> ซึ่งทำธุรกิจอยู่ในสายงานเทคโนโลยีสื่อสารคมนาคม เป็นการเจาะลึกถึงเบื้องหลัง ความเป็นมาของกิจการและความสำเร็จของกิจการ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-viii-101g-ceo-interview/feed/</wfw:commentRss>
<enclosure url="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0008/practical08.mp3" length="20904472" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>จดหมายข่าว Practical Utopia ฉบับที่ 2 - มิถุนายน 51</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/newsletter-2/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/newsletter-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 09 Jun 2008 09:42:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>isriya</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[จดหมายข่าว]]></category>

		<category><![CDATA[จดหมายข่า่ว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=159</guid>
		<description><![CDATA[จดหมายข่าว Practical Utopia ฉบับที่ 2 ประจำเดือนมิถุนายน 2551

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดย SIU มองว่าสถานการณ์ผ่อนคลายลงชั่วคราว ก่อนจะสะสมกำลังเพื่อไปประทุในโอกาสข้างหน้า
ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี
เสนอยุทธศาสตร์ &#8220;2 ไม่เอา 2 ต้องทำ&#8221; ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังร้อนระอุ ประชาชนควรทำอย่างไร

คลิกเข้าไปอ่านจดหมายข่าวได้ข้างใน (หรือดาวน์โหลดไฟล์โดยตรงที่นี่) ต่อไปจะพยายามออกในตรงเวลาทุกเดือนครับ


Siam Intelligence Unit Newsletter #2 - Updated - Upload a Document to Scribd
 Read this document on Scribd: Siam Intelligence Unit Newsletter #2 - Updated 
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จดหมายข่าว Practical Utopia ฉบับที่ 2 ประจำเดือนมิถุนายน 2551</p>
<ul>
<li>วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดย SIU มองว่าสถานการณ์ผ่อนคลายลงชั่วคราว ก่อนจะสะสมกำลังเพื่อไปประทุในโอกาสข้างหน้า</li>
<li>ความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี</li>
<li>เสนอยุทธศาสตร์ &#8220;2 ไม่เอา 2 ต้องทำ&#8221; ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองกำลังร้อนระอุ ประชาชนควรทำอย่างไร</li>
</ul>
<p>คลิกเข้าไปอ่านจดหมายข่าวได้ข้างใน (หรือ<a href="http://www.scribd.com/doc/3292893/Siam-Intelligence-Unit-Newsletter-2-Updated">ดาวน์โหลดไฟล์โดยตรงที่นี่</a>) ต่อไปจะพยายามออกในตรงเวลาทุกเดือนครับ</p>
<p><span id="more-159"></span><br />
<object codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=9,0,0,0" id="doc_791907099130581" name="doc_791907099130581" classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" align="middle"	height="500" width="100%"><param name="movie"	value="http://documents.scribd.com/ScribdViewer.swf?document_id=3292893&#038;access_key=key-21v6vbjzg1bwevvz24rd&#038;page=&#038;version=1&#038;auto_size=true"><param name="quality" value="high"><param name="play" value="true"><param name="loop" value="true"><param name="scale" value="showall"><param name="wmode" value="opaque"><param name="devicefont" value="false"><param name="bgcolor" value="#ffffff"><param name="menu" value="true"><param name="allowFullScreen" value="true"><param name="allowScriptAccess" value="always"><param name="salign" value=""><embed src="http://documents.scribd.com/ScribdViewer.swf?document_id=3292893&#038;access_key=key-21v6vbjzg1bwevvz24rd&#038;page=&#038;version=1&#038;auto_size=true" quality="high" pluginspage="http://www.macromedia.com/go/getflashplayer" play="true" loop="true" scale="showall" wmode="opaque" devicefont="false" bgcolor="#ffffff" name="doc_791907099130581_object" menu="true" allowfullscreen="true" allowscriptaccess="always" salign="" type="application/x-shockwave-flash" align="middle" height="500" width="100%"></embed></object>
<div style="font-size:10px;text-align:center;width:100%"><a href="http://www.scribd.com/doc/3292893/Siam-Intelligence-Unit-Newsletter-2-Updated">Siam Intelligence Unit Newsletter #2 - Updated</a> - <a href="http://www.scribd.com/upload">Upload a Document to Scribd</a></div>
<div style="display:none"> Read this document on Scribd: <a href="http://www.scribd.com/doc/3292893/Siam-Intelligence-Unit-Newsletter-2-Updated">Siam Intelligence Unit Newsletter #2 - Updated</a> </div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/newsletter-2/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Practical Utopia VII</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vii/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vii/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2008 12:03:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Practical Utopia]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=158</guid>
		<description><![CDATA[

ดาวน์โหลด MP3 (เฉพาะเสียง)
ดาวน์โหลด MP4 (ทั้งภาพและเสียง)

รายการตอนนี้พูดถึงสถานการณ์การเมืองที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเดินขบวน ปัญหาเศรษฐกิจใน Q1/2551 และความวิตกกังวลข้างหน้าเมื่อปัญหาเศรษฐกิจการเมืองมาเผชิญหน้ากับเราในเวลาเดียวกัน
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="290" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.flv &amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv" /><param name="src" value="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="290" src="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" flashvars="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.flv&amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv"></embed></object></p>
<ul>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.mp3">MP3 (เฉพาะเสียง)</a></li>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.mp4">MP4 (ทั้งภาพและเสียง)</a></li>
</ul>
<p>รายการตอนนี้พูดถึงสถานการณ์การเมืองที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกมาเดินขบวน ปัญหาเศรษฐกิจใน Q1/2551 และความวิตกกังวลข้างหน้าเมื่อปัญหาเศรษฐกิจการเมืองมาเผชิญหน้ากับเราในเวลาเดียวกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vii/feed/</wfw:commentRss>
<enclosure url="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0007/Practical07.mp3" length="23527927" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เมื่อการชุมนุมต้านรัฐบาลและข่าวลือการรัฐประหารหวนคืนสู่ประเทศไทย</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/protests_and_coup_rumours_return/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/protests_and_coup_rumours_return/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jun 2008 09:09:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[การกระเสือกกระสนของชนชั้นนำกลับกลายเป็นการจงใจสร้างความหายนะให้ประเทศชาติ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>การกระเสือกกระสนของชนชั้นนำกลับกลายเป็นการจงใจสร้างความหายนะให้ประเทศชาติ</p>
<p>เมื่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้อำนาจเมื่อเดินมกราคม หลังจาก 16 เดือนภายใต้อำนาจทหาร ดูเหมือนว่าประเทศไทยกำลังกลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มีเสถียรภาพ ผู้นำเหล่าทัพที่ได้กำจัดรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ไปด้วยการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนปี พ.ศ. 2549  ต้องยอมรับคำปฏิเสธจากมหาชน ซึ่งได้เทคะแนนให้กับรัฐบาลผสมที่นำโดยกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ แต่ตอนนี้ความตึงเครียดทางการเมืองเริ่มถูกยกระดับขึ้น เพราะผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้กลับมาอีกครั้ง และนั่นก็เพิ่มความกังวลว่ากองทัพอาจใช้ข้ออ้าง เรื่องการนองเลือด หรือการทึกทักเอาว่ามีการคุกคามต่อราชบัลลังก์จากกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ ในการทำรัฐประหารครั้งใหม่</p>
<p><span id="more-157"></span></p>
<p>เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มมวลชนต่อต้านทักษิณที่เรียกว่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลับมาประท้วงและชุมนุมบนถนนใจกลางกรุงเทพฯ แต่ก็มีผู้เข้าร่วมชุมนุมเพียงหลักพัน ซึ่งต่างจากครั้งที่ประชาชนเข้าร่วมการประท้วงเมื่อก่อนการรัฐประหารปี 2549  แถมยังห่างไกลจากตัวเลขระดับ 30,000 คน ที่กลุ่มผู้จัดการประท้วงคาดหวังเอาไว้ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้มีกลุ่มต้านพันธมิตร ซึ่งทั้งสองกลุ่มต่างก็ขว้างปาขวดน้ำเข้าใส่กัน การประท้วงยังเกิดขึ้นตามมากอีกมาก ตำรวจยังสามารถควบคุมความวุ่นวายเอาไว้ได้ ในช่วงปี พ.ศ. 2549 การปะทะกันย่อยๆเช่นนี้ กลับกลายเป็นข้ออ้างของผู้นำการรัฐประหารในการขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง</p>
<p><center><br />
<img src="http://farm4.static.flickr.com/3117/2543912747_a65e2852b6.jpg?v=0"><br />
</center></p>
<p>การหวนคืนกลับมาของกลุ่มผู้ประท้วงอาจเป็นหมุดหมายสำคัญในการยุติสงครามด่าทอระหว่างกลุ่มขั้วอำนาจทางการเมืองสองขั้วที่มานานหลายเดือน กลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนทักษิณ ที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนใหม่ (ในขณะที่ พ.ต.ท ทักษิณพยายามเก็บตัว และกำลังวุ่นวายกับการบริหารทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ที่เขาเป็นเจ้าของ) ในขณะที่อีกฟากหนึ่งเป็นการรวมตัวอย่างสับสนคลุมเครือของกลุ่มอนุรักษ์นิยม และกลุ่มอำมาตยาธิปไตยนิยมกษัตริย์, นักวิชาการและทหาร, คนชั้นกลางในกรุงเทพ และพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้าน ในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณเชื่อว่าพลังเบื้องหลังศัตรูของพวกเขาก็คือ พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี แม้ว่า พล.อ. เปรมจะปฏิเสธหลายครั้ง</p>
<p>สิ่งที่ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องลงมาชุมนุมบนถนนก็เพราะแผนของนายสมัครที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ถูกยกร่างขึ้นในสมัยรัฐบาลที่ถูกหนุนหลังโดยคณะรัฐประหาร พล.อ. สนธิ บุญรัตนกลิน ผู้นำทหารคนก่อนและเป็นแกนนำคณะรัฐประหารเมื่อปี 2549 ก็ดูเหมือนว่าจะค่อยๆเกษียณตนเองไปเงียบๆ ในขณะที่ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. คนใหม่ ยังคงกล่าวย้ำว่าไม่มีแผนการรัฐประหารใดๆ แต่ก็เหมือนกับที่ พล.อ. สนธิ เคยทำ คำพูดนี้คงถูกต้องจนกว่ารถถังจะแล่นออกมา ว่ากันว่านายสมัครพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ พล.อ. อนุพงษ์ บางทีอาจเป็นเพราะการพยายามกระจายความเสี่ยงจากการกดดันของทักษิณ เหตุผลนี้ก็อาจทำให้การรัฐประหารเกิดขึ้นได้น้อยลง แต่อย่างไรก็ตามก็มีกลุ่มทหารในระดับรองๆอยู่ทั้งในกลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ และกลุ่มต่อต้านทักษิณเดนตาย คนกลุ่มนี้ต่างก็อาจกำลังวางแผนอะไรอยู่ก็ได้</p>
<p>ด้วยการใช้ภาษาแบบเคลื่อนไหวต่อต้านทักษิณ ในการกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ทำให้ &#8220;แตกแยก&#8221; ซึ่งให้ซุ่มเสียงคล้ายกับตอนที่เคยเกิดขึ้นในการรัฐประหารครั้งก่อน ก็เหมือนกับข้อกล่าวหาเรื่อง &#8220;การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ&#8221; ซึ่งการทึกทักเอาว่าทักษิณไม่ได้ให้การเคารพในหลวงเคยเป็นข้อกล่าวหาของคณะรัฐประหาร แม้ว่าพวกเขาจะล้มเหลวที่หาหลักฐานในเรื่องนี้ มาคราวนี้ข้อกล่าวหาเรื่องเดิมก็เกิดขึ้นกับนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลมัคร ซึ่งเกิดจากปาฐกถาที่เขาได้ให้แก่ผูสื่อข่าวต่างประเทศเมื่อปีก่อน ในนเนื้อหาที่เกี่ยวกับ &#8220;ระบบอุปถัมป์&#8221; ของประเทศไทย และทำไมมันถึงได้ขัดขวางการพัฒนาประเทศ กลุ่มต้านทักษิณแปลถ้อยแถลงนี้ว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งอาจได้รับโทษจำคุก 15 ปี</p>
<p>จักรภพพยายามแก้ว่าเป็นระบบที่คนไทยเป็นหนี้และภักดีต่อระบบอุปถัมป์ แทนที่จะรับใช้สถาบัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้กัดเซาะนิติรัฐ และฟูมฟักการฉ้อราษฎร ไม่ว่าการตีความว่าระบบอุปถัมป์จะมีที่มาจากที่ใด เรื่องนี้้ก็ควรเป็นเรื่องที่คนไทยมีสิทธิที่จะถกเถียง แม้ว่าในหลวงจะเคยทรงมีพระราชดำรัสว่าพระองค์ทรงสามารถถูกวิจารณ์ได้ แต่ก็มีการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการฟ้องร้องกันและกัน</p>
<p>ภายหลังการรัฐประหาร 2549 กองทัพและพันธมิตรในกลุ่มอำมาตยาธิปไตยบริหารประเทศได้อย่างน่าผิดหวัง และตอนนี้เศรษฐกิจของไทยก็อยู่ในกลุ่มที่เติบโตช้าที่สุดในภูมิภาค กระนั้น คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายก็ยังคงกล่าวถึงความเป็นไปได้ที่จะมีการรัฐประหารครั้งใหม่เกิดขึ้น &#8212; ซึ่งหากมันเกิดจริง ก็จะเป็นการรัฐประหารครั้งที่ 19 หลังจากการอภิวัฒน์การปกครองเมื่อปี 2475 แต่แม้จะไม่มีการรัฐประหารดังว่า ความขัดแย้งทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนานก็ยังคงทำลายเศรษฐกิจของประเทศอยู่ดี </p>
<p><strong>ดังนั้นแทนที่ประเทศไทยจะมีชื่อเสียงว่าเป็นเสือเศรษฐกิจที่มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังที่เคยวาดหวังไว้ ตอนนี้กลับมีความเสี่ยงว่าประเทศไทยจะกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความไม่มั่นคงยาวนาน และวุ่นวาย เฉกเช่นประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งนี่เป็นภาพที่มองมาจากโลกภายนอก</strong></p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก : The Economist : <a href="http://www.economist.com/world/asia/displaystory.cfm?story_id=11454958">Protests and coup rumours return</a><img src="/wordpress/wp-content/uploads/" border="0" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/protests_and_coup_rumours_return/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Practical Utopia VI : สถานการณ์เมือง และเศรษฐกิจจีน</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vi-politics-situation-updated-and-china/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vi-politics-situation-updated-and-china/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 May 2008 06:54:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Practical Utopia]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-ix-politics-situation-updated-and-china/</guid>
		<description><![CDATA[

ดาวน์โหลด MP3 (เฉพาะเสียง)
ดาวน์โหลด MP4 (ทั้งภาพและเสียง)

รายการตอนนี้พูดถึงสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อน (จริงๆ) เรื่องกรณีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปัญหาความช่วยเหลือในพม่าจากพายุนาร์กีส และเรื่องการพัฒนาเศรษกิจจีนที่กำลังส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="480" height="290" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="flashvars" value="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.flv &amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv" /><param name="src" value="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="480" height="290" src="http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf" flashvars="file=http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.flv &amp;image=http://www.thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.png&amp;location=http://www.thothmedia.co.th/wp-content/plugins/wordtube/mediaplayer.swf&amp;callback=http://www.thothmedia.co.th/statistics.php&amp;type=flv"></embed></object></p>
<ul>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.mp3">MP3 (เฉพาะเสียง)</a></li>
<li>ดาวน์โหลด <a href="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.mp4">MP4 (ทั้งภาพและเสียง)</a></li>
</ul>
<p>รายการตอนนี้พูดถึงสถานการณ์การเมืองที่กำลังร้อน (จริงๆ) เรื่องกรณีการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ปัญหาความช่วยเหลือในพม่าจากพายุนาร์กีส และเรื่องการพัฒนาเศรษกิจจีนที่กำลังส่งผลกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของโลก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/practical-utopia-vi-politics-situation-updated-and-china/feed/</wfw:commentRss>
<enclosure url="http://thothmedia.co.th/videos/practical_utopia/0006/Practical06.mp3" length="37358772" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>Economics of the sublime happiness</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/economics-of-the-sublime-happiness/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/economics-of-the-sublime-happiness/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 May 2008 09:17:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/economics-of-the-sublime-happiness/</guid>
		<description><![CDATA[โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit
บทความนี้เป็นตอนที่ 5 ในผลงานขนาดยาว Series of Non linear Economics ซึ่งเป็นการบรรยายถึงความไม่เป็นเชิงเส้นของปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเน้นไปที่ระดับจุลภาค (Micro) คือจะกล่าวถึงเรื่อง เศรษฐศาสตร์แห่ง &#8220;การเสพสุขชั้นสูง&#8221; (Economics of the sublime happiness)

เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เหตุการณ์ Synchronicity ได้เผยแสดงขึ้นในชีวิตผม หากว่าคราวที่แล้ว ผมไม่ได้พูดเรื่อง     “การเมืองด้านบวก การเมืองแห่งอนาคต” เหตุการณ์ที่ประจวบเหมาะเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้เข้าประชุมเรื่องยุทธศาสตร์ SIU และโครงการต่างๆในอนาคตของพวกเรา ในระหว่างการพูดคุย คุณกานต์ได้เอ่ยถึง ดร. ธวัชชัย ซึ่งกำลังประสบมรสุมชีวิตบางประการ โดยเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานเพื่อสังคม ย่อมมีอุปสรรคและปัญหามากมาย แล้วเมื่อวันพฤหัสศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เมล์คุยกับ ดร. ธวัชชัย พอดี เราได้สนทนาสร้างสรรค์ในเรื่องศิลปะ ซึ่งเผอิญเหลือเกินที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ผมจะพูดถึงวันนี้ ดร. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit</strong></p>
<p>บทความนี้เป็นตอนที่ 5 ในผลงานขนาดยาว Series of Non linear Economics ซึ่งเป็นการบรรยายถึงความไม่เป็นเชิงเส้นของปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเน้นไปที่ระดับจุลภาค (Micro) คือจะกล่าวถึงเรื่อง <strong>เศรษฐศาสตร์แห่ง &#8220;การเสพสุขชั้นสูง&#8221; (Economics of the sublime happiness)</strong></p>
<p><span id="more-148"></span></p>
<p>เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เหตุการณ์ Synchronicity ได้เผยแสดงขึ้นในชีวิตผม หากว่าคราวที่แล้ว ผมไม่ได้พูดเรื่อง     “การเมืองด้านบวก การเมืองแห่งอนาคต” เหตุการณ์ที่ประจวบเหมาะเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้น เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผมได้เข้าประชุมเรื่องยุทธศาสตร์ SIU และโครงการต่างๆในอนาคตของพวกเรา ในระหว่างการพูดคุย คุณกานต์ได้เอ่ยถึง ดร. ธวัชชัย ซึ่งกำลังประสบมรสุมชีวิตบางประการ โดยเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานเพื่อสังคม ย่อมมีอุปสรรคและปัญหามากมาย แล้วเมื่อวันพฤหัสศุกร์ที่ผ่านมา ผมได้เมล์คุยกับ ดร. ธวัชชัย พอดี เราได้สนทนาสร้างสรรค์ในเรื่องศิลปะ ซึ่งเผอิญเหลือเกินที่สอดคล้องกับเนื้อหาที่ผมจะพูดถึงวันนี้ ดร. ธวัชชัย ได้ชื่นชมOpen Source ในแง่มุมแห่งความงาม คือ ผู้เขียนสามารถเผยแสดงศิลปะในการเขียน Source Code ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้อ่านซึ่งเข้ามาช่วยพัฒนาต่อยอด จะได้สัมผัสทั้งความรู้และความงามไปพร้อมๆกัน แนวคิดและการทำงานเช่นนี้ ช่างมีคุณูปการกับโลกและสังคมไทยยิ่งนัก ที่สำคัญ ดร. ธวัชชัย เกิดความสนใจในหนังสือ Synchronicity ซึ่งผมได้แนะนำไปเป็นอย่างสูง ยิ่งทำให้ Synchronicity ครั้งนี้เปี่ยมล้นความหมายยิ่งขึ้น</p>
<p>ผมขออุทิศรายการครั้งนี้ให้กับ ดร. ธวัชชัย <strong>&#8220;ศิลปินที่ทำงานศิลปะด้วยการเขียนโปรแกรม&#8221;</strong> และขอให้ท่านสามารถฝ่าฝันวิกฤติในชีวิตครั้งนี้ไปได้ ผมเชื่อว่าวิกฤติครั้งนี้จะกลายเป็นโอกาสให้ ดร. ธวัชชัย พัฒนายกระดับตนเองขึ้นอีกขั้นหนึ่ง</p>
<p>สิ่งที่กำลังมาแรง สร้างแนวโน้มใหม่ (New Trend) แห่งอนาคต คือ การเสพสุขรูปแบบใหม่ สำหรับชนชั้นร่ำรวย ในคราแรกผมไม่เห็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจระดับประเทศและระดับโลกมากนัก แต่เมื่อใช้แว่นตาของกระบวนวิธีคิดแบบ Rethink Revalue ผมกลับพบแง่มุมบางประการ ที่จะเป็นส่วนผลักดันสำคัญทำให้ชาติของเรา เกิดประโยชน์เพิ่มพูนขึ้นมากมายมหาศาล<br />
<img src="http://farm3.static.flickr.com/2299/2454196212_db937f9d9c.jpg?v=0" alt="" /><br />
ภาพ <a href="http://flickr.com/photos/30849327@N00/2454196212/">Van Goh Petities</a> จาก <a href="http://flickr.com/photos/delphien/">Delphien Experience @ Flickr</a><br />
ผมเคยเขียนบทความลงในมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน <a href="http://www.midnightuniv.org/midarticle/newpage38.html">“การเสพสุขของชนชั้นสูง”</a> ซึ่งบรรณาธิการได้มาเปลี่ยนชื่อให้ดูเรียบร้อยและเข้าใจง่ายว่า <a href="http://www.midnightuniv.org/midarticle/newpage38.html">“การเสพสุขที่ละเมียดละไม”</a> คุณสุรศักดิ์ได้บอกว่า นี่เป็นผลงานชั่วชีวิต จนผมต้อง “หัวเราะอย่างโง่งม” แต่วันนี้ ผมกลับต้องมานำเสนอ บทประยุกต์ของบทความที่เคยเขียนไว้นานแสนนานมาแล้ว</p>
<p>ทำไมต้องใส่คำว่า เศรษฐศาสตร์เพิ่มเข้ามา เพราะมันมีนัยยะความหมาย การเสพสุขชั้นสูงที่ผมได้เรียบเรียงนั้น มุ่งไปในเชิงปัจเจก โดยหวังว่า เมื่อปัจเจกดีแล้ว เขาจะช่วยพัฒนาชาติ แต่เมื่อผมมา Rethink Revalue โดยมีคุณสุรศักดิ์เป็นหมอดูล่วงหน้าแล้ว ผมกลับคิดว่า การเสพสุขของเศรษฐีหรือชนชั้นสูงบางคน ถ้านำมาประยุกต์ใช้ให้ดี อาจช่วยพัฒนาเศรษฐกิจชาติได้ และช่วยพัฒนาเงินในกระเป๋าของเศรษฐีคนนั้นอีกด้วย</p>
<p>เคยพูดคุยเล่นกับรุ่นพี่ โดยกล่าวว่า หากวันหนึ่งร่ำรวยขึ้นมา ผมจะนำความมั่งคั่งส่วนหนึ่ง มาแปรเป็นกองทุนเพื่อสนับสนุนให้คนเก่ง ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ แต่ขาดแคลนเงินทุน ได้รับการสนับสนุน ผลักดันความฝันให้เป็นจริง ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะ แนวคิดธุรกิจดีๆ แต่ยังเลยไปถึง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ วรรณกรรม และอะไรก็ได้ที่มีคุณค่าต่อสังคม รุ่นพี่ผมเสริมว่า หากผู้ได้รับการสนับสนุน วาดภาพที่ไม่มีคนซื้อขึ้นมา แต่ผมตัดสินแล้วว่าเป็นเลิศ ผลจะซื้อใช่ไหม ผมตอบว่าแน่นอน เราต้องสนับสนุนของดี</p>
<p>เมื่อไม่นานมานี้ ผมกลับนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วสะดุดใจว่า ในโลกแห่งความจริงได้มีนักธุรกิจสะสมผลงานศิลปะชั้นเลิศ มีการตั้งกองทุนเพื่อลงทุนในผลงานชั้นดี เศรษฐีบางคนอาจมีความสุขใจที่ได้ดื่มด่ำ แต่สำหรับกองทุนคงต้องการกำไร แต่การทำเช่นนี้ไม่ควรถูกประเมินค่า (Valuation) อย่างต่ำทรามเกินไป เพราะมันช่วยให้ “ของดี” ถูกรับรู้ ทำให้ “ศิลปิน” ที่มีใจรักในการทำงานด้านนี้ ได้มีแรงบันดาลใจ และการสนับสนุนจากสังคม เป็นเรื่องที่ดี และหากเราสร้างกลไกเพื่อสนับสนุนตรงนี้ขึ้นมา นอกจาก ศิลปินจะได้รับการสนับสนุน ให้ผลิตผลงานคุณภาพมารับใช้สังคมแล้ว นักลงทุนยังได้รับผลตอบแทนที่ดี ประเทศชาติอาจได้รับรายได้มหาศาล จากการส่งออกผลงานศิลปะ</p>
<p>แต่การประเมินค่าผลงานเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับรสนิยม มุมมอง และปัจจัยต่างๆมากมาย เป็นเรื่องของอัตวิสัยทั้งสิ้นจึงวัดประเมินได้ยาก แต่เราอาจช่วยเหลือโดยใช้วิชาการตลาดขั้นสุดยอด การตลาดนอกกรอบ (ได้แรงบันดาลใจมาจากชื่อหนังสือของ Kotler และผมจะนำมาแนะนำในโอกาสต่อไป) เพื่อสนับสนุน “ของดี” ให้ได้รับการ Revalue เพราะโมเดลธุรกิจดีๆ ได้ถูก Venture Capital อ่านจนทะลุปรุโปร่งหมดสิ้นแล้ว แต่งานศิลปะ วรรณกรรม บทเพลง ในบางชิ้นยังไม่ได้รับการยอมรับ ซึ่งหากเรามีกระบวนการประเมินอย่างถูกต้องแล้ว ผลงานที่เคยมีราคา 3 ชิ้น 10 บาท อาจกลายเป็นผลงาน 10 ล้านบาท ซึ่งมีตัวอย่างในประวัติศาสตร์มาแล้วมากมาย เช่น ผลงานของ Van Gogh ในตอนแรกที่เขียนขึ้นมา กลับไม่มีผู้ใดสนใจ กลายเป็นเศษกระดาษ แต่เมื่อมีระบบประเมินค่าใหม่ มีการศึกษาเรียนรู้มากขึ้น ผลงานชิ้นนั้นกลายเป็นสิ่งสูงค่าอมตะ ราคาถีบตัวสูงขึ้นนับแสนเท่า จนมีราคาหลายล้านเหรียญ ซึ่งแม้แต่เศรษฐีระดับพันล้านบางคน ยังไม่กล้าซื้อหา ไม่มีปัญญาเอื้อมถึง</p>
<p>กองทุนสะสมงานศิลปะ เพื่อขายต่อให้กับเศรษฐีผู้ชื่นชอบ จึงเป็นสิ่งที่อาจช่วยชาติของเราได้ โดยการจัดระบบประเมินค่าอย่างถูกต้อง สนับสนุนเงินส่วนหนึ่งให้การศึกษาในการวิเคราะห์ประเมินค่า ดื่มด่ำซาบซึ้งกับงานศิลปะ ซึ่งย้อนกลับมาสร้างกระแสความนิยมในการสะสมผลงานศิลปะ ทำให้ราคาของผลงานศิลปะได้รับการประเมินค่าสูงขึ้น แต่เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ เราต้องมีการสร้างระบบ ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมารองรับ เพราะหากทำไม่ดี แนวคิดดีๆเช่นนี้ ก็จะกลายเป็นความทุเรศอัปยศได้</p>
<p>หากมีศิลปินท่านใดรังเกียจ การทำเช่นนี้ ผมอยากให้ Revalue เสียใหม่ เพราะขนาดศิลปินระดับโลก เช่น Michelangelo และ Leonardo da Vinci ยังยินดีรับเงินจากผู้สนับสนุน ดังนั้น ศิลปินทั้งหลาย จึงไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้ผลงานศิลปะของตนสูญเสียคุณค่าไป เพราะขนาดสุดยอดศิลปินยังทำเช่นนี้ และผลงานยังเป็นที่ยกย่องอย่างเลอเลิศมา 400 กว่าปีแล้ว จึงไม่ต้องสงสัยถึงคุณภาพอีกต่อไป</p>
<p>การเงินและศิลปะล้วนแยกกันไม่ออก และไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น การคิดด้านบวก คือ การมองหาความเชื่อมโยง หาประโยชน์และการสนับสนุนซึ่งกันและกัน Win Win Strategy ซึ่งจะทำให้โลกใบนี้สวยงาม เต็มไปด้วยคุณค่า ไม่มีการทำลายล้าง เหมือนที่เคยเป็นมาเพราะการแบ่งแยกอย่างขาดปัญญา</p>
<p>นี่อาจเป็นการลงทุนในรูปแบบใหม่ ซึ่งสังคมไทยมองข้ามไปไม่ได้ ไม่ใช่เป็นการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างเศรษฐกิจใหม่ เพราะแม้แต่พวกเศรษฐี ยังต้องแข่งขันกันเอง เพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตา ใครมีรสนิยมที่เหนือล้ำกว่า ใครมีของดีสะสมมากกว่า และหากเราไม่พัฒนากองทุนศิลปะขึ้นมา เศรษฐีของเราย่อมนำเงินไปเสียให้ต่างประเทศ ไปซื้องานศิลปะดีๆจากศิลปินต่างประเทศ นี่ยังไม่นับไปซื้อสินค้า Brand Name อันหรูหรา ทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้ไปมากมายเพียงใด</p>
<p>บางทีอาจมีการซื้อขายภาพเขียนของคนไทยในระดับหนึ่ง เรามี “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” และ “ถวัลย์ ดัชนี” แต่เรามีศิลปินที่สำเร็จเช่นนี้น้อยเกินไป ผมจึงต้องนำเรื่องนี้มาพูด เพื่อต้องการยกระดับ จากการซื้อขายรายบุคคล หรือทำกันในระดับย่อย ให้หันมาพัฒนาระบบ ทำการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ การตลาดชั้นเลิศ เพื่อให้ กลายเป็นธุรกิจพันล้าน เพราะผมเล็งเห็นแล้วว่า การผลิตด้วยเทคโนโลยีอันซับซ้อน เราไม่มีวันสู้ต่างชาติได้ หากเป็นสินค้า Brand Name ซึ่งไม่ต้องใช้เทคโนโลยี ยังพอมีความหวัง แต่ต้องเหนื่อยกันอีกหลายยกจึงจะเห็นผล แต่ถ้าเป็นศิลปะ ซึ่งเป็นการสู้กันด้วยคุณภาพ และการประเมินค่า เราอาจสามารถชนะได้ หากมีความคิดสร้างสรรค์ ไม่ต้องใช้เงินทุนมากมายในการต่อสู้แข่งขันเหมือนในอุตสาหกรรมอื่น จะได้สามารถนำเงินทุนที่ชาติกำลังพัฒนาอย่างเรามีจำกัด ไปพัฒนาต่อยอดด้านอื่นให้สามารถแข่งขันได้ต่อไป</p>
<p>ผมเชื่อมั่นในฝีมือคนไทย ซึ่งไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่อย่างที่ผมเคยพูดเสมอมาว่า ของดีต้องมีการรับรู้ เพราะของดีย่อมไม่อาจมองเห็นได้ด้วยสายตาธรรมดา จะต้องมีความรู้ในการเลือกเฟ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของดีที่เป็นงานศิลปะ ขึ้นกับอัตวิสัยสูงยิ่ง ย่อมต้องยากกว่า การมองหาธุรกิจหรือหุ้นดีๆสักตัว ดังนั้น เราจึงต้องมีการตลาดที่ดี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้คนมองเห็นความงามของผลงานชั้นเลิศ ซึ่งหากไม่ได้รับการรับรู้ ย่อมเหมือนการทำลายกระแสเงินสดของธุรกิจ ทำให้ของดีเช่นนี้ ไม่สามารถผลิตขึ้นอีกชิ้น ไม่สามารถยกระดับต่อยอด กลายเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ New High ครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนกับที่หวงอี้ ใช้รายได้จากการเขียน “มังกรคู่สู้สิบทิศ” เพชรน้ำเอก เพื่อเก็บตัวเขียน “จอมคนแผ่นดินเดือด” เป็นเวลา 4-5 ปี เพื่อยกระดับชั้นเชิงวรรณศิลป์ให้ถึงจุดสุดยอดใหม่ หากไม่มีการสนับสนุนจากแฟนนักอ่าน หวงอี้อาจต้องหยุดความสูงสุดของตนเองไว้ที่ผลงานที่ดีที่สุดของเขา “มังกรคู่สู้สิบทิศ” โลกย่อมยกย่องแต่ผลงานชิ้นนี้ และคิดง่ายๆว่า หวงอี้คงไม่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ดีกว่านี้อีกแล้ว เพราะนี้ก็ยากเกินกว่าคนธรรมดาอย่างเราๆจะทำได้แล้ว หารู้ไม่ว่า อัจฉริยะย่อมเป็นอัจฉริยะ สามารถทำงานที่เหนือกว่าเดิมได้ครั้งแล้วครั้งเล่า การมีกระแสเงินสด เพื่อสนับสนุน “ความสุดยอดเหนือสุดยอด” จึงมีความจำเป็นต่อการสร้างสรรค์ และต่อคนในชาติที่จะได้เสพรับงานดีๆ ยกระดับภูมิปัญญา และส่งผลสะท้อนยาวไกลหลายทอดไม่สิ้นสุด ต่อการพัฒนาชาติ</p>
<p>ที่สำคัญ สิ่งนี้น่าจะเป็นแนวโน้มที่สดใสในอนาคต เพราะมีคนรวยใหม่เกิดขึ้นมากมาย ทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศ การแข่งขันของคนรวยจึงยกระดับไปที่รสนิยมอันเลอเลิศ หากไทยไม่รีบสร้างโอกาสในการรองรับตลาดนี้ไว้ คงเป็นเหมือนเรื่องอื่น ที่เราต้องพ่ายแพ้ให้กับต่างชาติ</p>
<p>เราอย่าใช้ความคิดอันตื้นเขิน ประเมินศิลปะไว้เลอเลิศล้ำฟ้า ไม่อาจแปดเปื้อนกับการทำมาหากิน เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้ว แม้แต่ศิลปินระดับโลกยังต้องได้รับการสนับสนุนเลย และหากใช้ทฤษฎีของผมที่ว่า <strong>“มนุษย์เราเกิดมาเพื่อทำความฝันของตนให้ดีเลิศ เพื่อให้เกิดความอิ่มเอมปิติที่ได้ถือกำเนิดเกิดมา”</strong> เราจะไม่ช่วยสนับสนุนศิลปินเหล่านี้กันเชียวหรือ ไม่ควรปล่อยให้เกิด “Van Gogh” ซึ่งทำงานเพื่อให้ชนรุ่นหลังได้ชื่นชม แต่ตนเองกลับต้องมีชีวิตแสนรันทด มันไม่ใช่เรื่องราวของปัจเจกชนอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องที่คนในชาติควรช่วยเหลือพวกเขาให้บรรลุความฝัน และการบรรลุนี้ ถ้าจัดการให้ดี จะนำมาซึ่ง การบรรลุความฝันของชาติ ที่จะพัฒนาตนเองสู่ความเป็นอารยะ ไม่ต้องพึ่งพาค่าแรงราคาถูกอีกต่อไป อาณาประชาราษฏร์จะได้ลืมตาอ้าปากเสียที</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/economics-of-the-sublime-happiness/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>แจ้งการปรับปรุงเว็บไซต์</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/website-improvement/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/website-improvement/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 May 2008 10:36:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Announcement]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/website-improvement/</guid>
		<description><![CDATA[เรียนทุกท่านทราบ
เว็บไซต์ Siam Intelligence Unit มีการเปลี่ยนแปลงเซิร์ฟเวอร์ ทำให้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาไม่สามารถใช้งานได้ ขณะนี้ได้ทำการปรับปรุงระบบเรียบร้อยแล้วและสามารถใช้งานได้ตามปกติ 
ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นด้วยครับ
อนึ่ง ทางทีมงานเห็นว่าควรมีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีการใช้งานที่สะดวกและน่าสนใจมากขึ้น จึงอยากเรียนเชิญทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อทำการปรับปรุงเว็บไซต์ Siam Intelligence Unit ร่วมกันด้วยครับ
ขอบคุณครับ
ทีมงานผู้ดูแลระบบ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เรียนทุกท่านทราบ</p>
<p>เว็บไซต์ Siam Intelligence Unit มีการเปลี่ยนแปลงเซิร์ฟเวอร์ ทำให้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมาไม่สามารถใช้งานได้ ขณะนี้ได้ทำการปรับปรุงระบบเรียบร้อยแล้วและสามารถใช้งานได้ตามปกติ </p>
<p>ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นด้วยครับ</p>
<p>อนึ่ง ทางทีมงานเห็นว่าควรมีการปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีการใช้งานที่สะดวกและน่าสนใจมากขึ้น จึงอยากเรียนเชิญทุกท่านร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อทำการปรับปรุงเว็บไซต์ Siam Intelligence Unit ร่วมกันด้วยครับ</p>
<p>ขอบคุณครับ<br />
ทีมงานผู้ดูแลระบบ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/website-improvement/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การไม่ยอมรับความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์อาจเป็นสัญญาณวิกฤติของรัฐบาลพม่า</title>
		<link>http://www.siamintelligence.com/wordpress/myanmar-cyclone-aid-standoff-may-signal-a-regime-in-crisis/</link>
		<comments>http://www.siamintelligence.com/wordpress/myanmar-cyclone-aid-standoff-may-signal-a-regime-in-crisis/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 May 2008 12:06:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Regional]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.siamintelligence.com/wordpress/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%ab/</guid>
		<description><![CDATA[ความลังเลของรัฐบาลทหารพม่าที่จะอนุญาตให้มีการบรรเทาทุกข์จากนานาชาติ ซึ่งกำลังเป็นความจำเป็นอย่างรุนแรงอาจเป็นสัญญาณของความไม่มั่นใจและความกลัว
โดย มาร์ค แมกเนียร์ , Loas Angeles Times Staff Writer
ปักกิ่ง – ความแปลกแยกระหว่างรัฐบาลพม่าและกลุ่มบรรเทาทุกข์จากทั่วโลกซึ่งยังคงรอคอยการอนุญาตจากพม่าเพื่อนำอุปกรณ์ฉุกเฉินจำนวนมากที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างรุนแรงแสดงถึงปัญหาภาวะการนำที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลและความกลัว นักวิเคราะห์กล่าว
อาหารแห้งถูกบรรทุกบนเครื่องบินมาถึงประเทศที่แยกตัวออกจากนานาชาติแห่งนี้ในวันพฤหัสบดี แต่สิ่งของที่บรรทุกมานั้นถูกปิดกั้นจากความต้องการของประชาชนที่กำลังบอบช้ำอย่างมาก มีเที่ยวบินหนึ่งได้รับอนุญาตให้ร่อนลงได้แต่กลับไม่ได้บรรทุกอาหารมา และพม่าคัดค้านการอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่บนเครื่องลงไปปฏิบัติการเพื่อติดตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าและอุปกรณ์กรองน้ำ ผู้เขี่ยวชาญการกู้ภัยกล่าว
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของพม่ากล่าวในหนังสือพิมพ์ ‘แสงใหม่’ (New Light) ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลวันนี้ว่าพวกเขายินดีต้อนรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ไม่ใช่แรงงานจากต่างประเทศ องค์กรเพื่อมนุษยธรรมกล่าวโต้ว่าพวกเขาระแวดระวังการส่งมอบอาหารและอุปกรณ์มูลค่านับล้านเหรียญสหรัฐให้กับรัฐบาลทหาร

เที่ยวบินในโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติสามลำ ซึ่งบรรจุแน่นไปด้วยอาหารสำหรับผู้ไร้อาศัยราว 1 ล้านคนจากอิทธิฤทธิ์ของพายุไซโคลนเมื่ออาทิตย์ก่อนได้รับการอนุญาตเมื่อวันพฤหัสบดี แต่รัฐบาลก็เปลี่ยนใจ
“ความท้าทายวันนี้คือการส่งมอบสินค้าในเที่ยวบิน” เกรก บาร์โรว์ โฆษกของโครงการอาหารโลกกล่าวในลอนดอน
พม่ายังบอกปัดความช่วยเหลือจากสหรัฐฯอย่างไม่ใยดี ซึ่งสหรัฐฯเตรียมเรือรบและเฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุนสิ่งของบรรเทาทุกข์และวัสดุภัณฑ์ทางการแทย์ “เรายังไม่ได้รับคำตอบตกลง” นาวาตรีหญิง เคอร์รี เฮิร์ด โฆษกของกองกำลัง สหรัฐฯแปซิฟิค ในฮาวายกล่าว


ภาพประชาชนผู้ประสบเคราะห์กรรมในพม่า ภาพจาก Flickr:disastersemergencycommittee

ผู้เชี่ยวชาญการบรรเทาทุกข์กล่าวว่า การที่รัฐบาลทหารยังไม่สามารถตัดสินใจได้มีแต่จะทำให้อัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากโรคภัยและความอดอยาก ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการจำนวน 22,000 คน และอีก 41,000 คนสูญหายไป นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจะสูงกว่านี้มาก
“นี่มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่รัฐบาลไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย” ชอว์น คริสปิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการเพื่อความคุ้มครองสื่อมวลชนแห่งเอเชีย-แปซิฟิค กล่าว “มันเหมือนกับพายุเฮอริเคนคาตารินามาลงพม่า”
ท่าทีที่กลับไปกลับมาของรัฐบาลต่อเที่ยวบินนานาชาติ และสัญญาณที่สับสนซึ่งรัฐบาลประเทศอื่นๆได้รับ แสดงให้เห็นถึงภาวะการต่อสู้ดิ้นรนระหว่างผู้นำระดับสูง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ความลังเลของรัฐบาลทหารพม่าที่จะอนุญาตให้มีการบรรเทาทุกข์จากนานาชาติ ซึ่งกำลังเป็นความจำเป็นอย่างรุนแรงอาจเป็นสัญญาณของความไม่มั่นใจและความกลัว</strong></p>
<p><strong>โดย มาร์ค แมกเนียร์ , Loas Angeles Times Staff Writer</strong></p>
<p>ปักกิ่ง – ความแปลกแยกระหว่างรัฐบาลพม่าและกลุ่มบรรเทาทุกข์จากทั่วโลกซึ่งยังคงรอคอยการอนุญาตจากพม่าเพื่อนำอุปกรณ์ฉุกเฉินจำนวนมากที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างรุนแรงแสดงถึงปัญหาภาวะการนำที่ได้รับผลกระทบจากความกังวลและความกลัว นักวิเคราะห์กล่าว</p>
<p>อาหารแห้งถูกบรรทุกบนเครื่องบินมาถึงประเทศที่แยกตัวออกจากนานาชาติแห่งนี้ในวันพฤหัสบดี แต่สิ่งของที่บรรทุกมานั้นถูกปิดกั้นจากความต้องการของประชาชนที่กำลังบอบช้ำอย่างมาก มีเที่ยวบินหนึ่งได้รับอนุญาตให้ร่อนลงได้แต่กลับไม่ได้บรรทุกอาหารมา และพม่าคัดค้านการอนุญาตให้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่บนเครื่องลงไปปฏิบัติการเพื่อติดตั้งเครื่องปั่นไฟฟ้าและอุปกรณ์กรองน้ำ ผู้เขี่ยวชาญการกู้ภัยกล่าว</p>
<p>รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของพม่ากล่าวในหนังสือพิมพ์ ‘แสงใหม่’ (New Light) ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลวันนี้ว่าพวกเขายินดีต้อนรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่ไม่ใช่แรงงานจากต่างประเทศ องค์กรเพื่อมนุษยธรรมกล่าวโต้ว่าพวกเขาระแวดระวังการส่งมอบอาหารและอุปกรณ์มูลค่านับล้านเหรียญสหรัฐให้กับรัฐบาลทหาร<br />
<span id="more-146"></span><br />
เที่ยวบินในโครงการอาหารโลกของสหประชาชาติสามลำ ซึ่งบรรจุแน่นไปด้วยอาหารสำหรับผู้ไร้อาศัยราว 1 ล้านคนจากอิทธิฤทธิ์ของพายุไซโคลนเมื่ออาทิตย์ก่อนได้รับการอนุญาตเมื่อวันพฤหัสบดี แต่รัฐบาลก็เปลี่ยนใจ</p>
<p>“ความท้าทายวันนี้คือการส่งมอบสินค้าในเที่ยวบิน” เกรก บาร์โรว์ โฆษกของโครงการอาหารโลกกล่าวในลอนดอน</p>
<p>พม่ายังบอกปัดความช่วยเหลือจากสหรัฐฯอย่างไม่ใยดี ซึ่งสหรัฐฯเตรียมเรือรบและเฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุนสิ่งของบรรเทาทุกข์และวัสดุภัณฑ์ทางการแทย์ “เรายังไม่ได้รับคำตอบตกลง” นาวาตรีหญิง เคอร์รี เฮิร์ด โฆษกของกองกำลัง สหรัฐฯแปซิฟิค ในฮาวายกล่าว</p>
<p><center><br />
<img src="http://farm4.static.flickr.com/3155/2476062170_90902b1052.jpg?v=0" /><br />
ภาพประชาชนผู้ประสบเคราะห์กรรมในพม่า ภาพจาก Flickr:<a href="http://www.flickr.com/photos/disastersemergencycommittee/">disastersemergencycommittee</a><br />
</center></p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญการบรรเทาทุกข์กล่าวว่า การที่รัฐบาลทหารยังไม่สามารถตัดสินใจได้มีแต่จะทำให้อัตราการตายเพิ่มสูงขึ้นอันเนื่องมาจากโรคภัยและความอดอยาก ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นตัวเลขอย่างเป็นทางการจำนวน 22,000 คน และอีก 41,000 คนสูญหายไป นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่แท้จริงจะสูงกว่านี้มาก<br />
“นี่มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมากที่รัฐบาลไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย” ชอว์น คริสปิน ที่ปรึกษาคณะกรรมการเพื่อความคุ้มครองสื่อมวลชนแห่งเอเชีย-แปซิฟิค กล่าว “มันเหมือนกับพายุเฮอริเคนคาตารินามาลงพม่า”</p>
<p>ท่าทีที่กลับไปกลับมาของรัฐบาลต่อเที่ยวบินนานาชาติ และสัญญาณที่สับสนซึ่งรัฐบาลประเทศอื่นๆได้รับ แสดงให้เห็นถึงภาวะการต่อสู้ดิ้นรนระหว่างผู้นำระดับสูง แหล่งข่าวกล่าว กระบวนการตัดสินใจของพม่าอยู่ภายใต้ความคลุมเครือ และการปิดเป็นความลับ ซึ่งก็ไม่ต่างจากตัวประเทศพม่าเอง ซึ่งถูกปกครองภายใต้กำปั้นเหล็กของนายพลกลุ่มเล็กๆ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าหน้าที่ระดับล่างไม่กล้าทำการตัดสินใจ และไม่มีกระบวนการถกเถียงเชิงนโยบายอย่างแท้จริงระหว่างคณะรัฐมนตรีและเหล่าทหาร</p>
<p>“ระบอบทหารดูสับสน” ซาร์นี่ ผู้ก่อตั้งแนวร่วมปลดปล่อยพม่าที่มีฐานอยู่ในลอนดอนกล่าว เขาก็เหมือนกับชาวพม่าอีกหลายคนที่ใช้เพียงชื่อๆเดียว “กลุ่มๆหนึ่งอาจจะมีอำนาจเหนือกลุ่มอื่นในชั่วโมงนี้ แต่กลุ่มอื่นอาจจะเข้ามาจากประตูครัวแล้วก็มีอำนาจเหนือกลุ่มแรกแทนในชั่วโมงต่อไป ผมไม่เห็นว่าระบอบทหารนี่จะมีแผนการครอบคลุมถึงการรองรับวิกฤติแบบนี้ได้”</p>
<p>นักวิเคราะห์กล่าวด้วยว่า ยังไม่แน่ชัดว่า นายพลตันฉ่วย จะยังรักษาอำนาจที่เกือบจะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเขาเอาไว้ได้ หรือตอนนี้กำลังเผชิญการท้าทายจากกลุ่มอำนาจอื่น</p>
<p>แม้ว่าจะถูกปกป้องอยู่วงในเป็นอย่างดี มีที่ซ่อนในหลุมหลบภัยและบ้านพักหรูหราในเมืองหลวง &#8216;เพียงมะนา&#8217; แห่งใหม่ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปจากกรุงย่างกุ้งที่เป็นเมืองหลวงเก่าเป็นระยะทาง 200 ไมล์ ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยงบประมาณมหาศาล  แต่ก็ไม่อาจจะหลบเร้นตนเองให้พ้นจาก เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทั้งในและต่างประเทศที่ดังกระหึ่มมากขึ้นทุกที</p>
<p>ในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณอันตรายจากการจราจล หรือการประท้วงเนื่องจากผู้คนต่างก็พยายามดิ้นรนอย่างหนักเพื่อเอาชีวิตรอด นักวิเคราะห์การเมืองชาวพม่าผู้อาศัยอยู่ในประเทศไทยกล่าว แต่ระบอบทหารกำลังตระหนักถึงความโกรธที่กำลังปะทุขึ้น นอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ว่าปัญหาหลายอย่างที่ผุดขึ้นมานั้น สำหรับประเทศที่ยังมีความเชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติอยู่อย่างพม่านั้น พิบัติภัยทางธรรมชาติเป็นสัญญาณแสดงให้เห็นว่าผู้นำกำลังขาด “อาณัติสวรรค์”</p>
<p>ระบอบทหารที่ซึ่งไม่ไว้วางใจชาวต่างชาติอย่างฝังใจ และระมัดระวังการสูญเสียการควบคุมอย่างมาก พบว่าตนเองตกอยู่ภายใต้ความกดดันจากนานาชาติเพื่ออนุญาตให้องค์กรบรรเทาทุกข์ต่างชาตินับสิบเข้าประเทศ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยธรรมกำลังชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวที่จะให้คำเตือนที่เพียงพอต่อประชาชนก่อนที่พายุจะมาถึง</p>
<p>“พวกเขามองชุมชนบรรเทาทุกข์เป็นสายลับตะวันตกซึ่งอาจทำการปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวาย และบอกให้ประชาชนต่อต้านรัฐบาล” ชาร์ลส์ เพทรี ผู้ประสานงานเพื่อมนุษยธรรมในพม่าจากสหประชาชาติคนก่อนกล่าว ชาร์ลส์ถูกเนรเทศเมื่อปีกลายในฐานที่เขาเตือนบรรดานายพลที่ปกครองประเทศให้รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ประท้วงต่อระบอบทหาร</p>
<p>แม้แต่ประเทศจีน ซึ่งปกติจะหลีกเลี่ยงการกดดันต่อประเทศเพื่อนบ้านประเทศนี้ ก็เตือนพม่าเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาให้ยอมรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ แม้ว่าจะยังเรียกร้องให้ชุมชนนานาชาติให้ความเคารพต่ออธิปไตยของพม่า ในขณะที่ ฉินกัง โฆษกกระทรวงต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ความช่วยเหลือชุดแรกจากประเทศจีนมูลค่า 5 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ไปถึงยังพม่าแล้ว และเขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปักกิ่งตกลงที่จะเพิ่มวงเงินความช่วยเหลือเป็น 5.3 ล้านเหรียญ จาก 1 ล้านเหรียญ</p>
<p>ฑูตสหรัฐฯ ยังคงเจรจากับเจ้าหน้าที่ระดับกลางของพม่าในย่างกุ้ง แต่ยังคงได้รับ สิ่งที่เรียกว่า “การขาดการตอบสนอง” ชอน แมคคอร์แมค โฆษกรัฐบาลกล่าว รวมทั้งได้รับปฏิกิริยาในทำนองนี้จาก จีน, อินเดีย และไทยด้วย</p>
<p>ถ้าพม่ายังคงปฏิเสธความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ วอชิงตันอาจจะพิจารณาเส้นทางงความช่วยเหลือผ่านประเทศอื่น โรเบิร์ต เอ็ม เกตส์ เลขาธิการกลาโหม กล่าว<br />
เหตุผลสำคัญที่ระบอบทหารพม่าพยายามเลื่อนการอนุญาตความช่วยเหลือจากต่างประเทศนั้น ชาวพม่าโพ้นทะเลหลายคนมองว่า อาจเป็นเพราะความต้องการของบรรดานายพลที่จะรีรอให้พ้นการลงประชามติรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันเสาร์นี้ อย่างไรก็ตามรัฐบาลก็ได้เลื่อนการลงคะแนนเสียงในพื้นที่ๆมีผลกระทบอย่างหนัก</p>
<p>“พวกเขาไม่ต้องการให้ชาวต่างชาติเข้าไปก่อน 10 พฤษภาคม” หล่วย เชอร์รี่ นักเคลื่อนไหวที่พำนักในประเทศไทยกล่าว “แต่หากปราศจากน้ำดื่ม, ที่พักอาศัย, อาหาร หรือยารักษาโรค ก็จะมีคนอีกจำนวนมากตายเพิ่มขึ้นในอีกสองสามวันข้างหน้า”</p>
<p>เลขาธิการสหประชาชาติ นาย บัน คีมูน ได้ปรึกษากับ นายพล ตัน ฉ่วย เพื่อเตือนให้ยอมรับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ และเลื่อนการลงประชามติออกไปเพื่อว่ารัฐบาลจะได้ให้ความสนใจกับการลำเลียงสิ่งของให้ประชาชน</p>
<p>ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การโต้เถียงของเหล่า “คนวงใน” ว่าสิ่งใดจะก่อความคุกคามต่อบรรดานายพลมากกว่ากันระหว่าง อิทธิพลจากต่างชาติ หรือความโกรธแค้นของประชาชนของตนเอง</p>
<p>“ผมเดาว่าบางคนคงพูดว่า ‘มันคุกคามทั้งหมดนั่นแหละ เราจะต้องจัดการด้วยตัวเอง’” ทิม ฮักซ์ลีย์ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษายุทธศาสตร์แห่งเอเชีย ซึ่งมีฐานในสิงคโปร์ กล่าว “บางคนอาจจะพูดว่า ‘สถานการณ์เลวร้ายมาก เราต้องการความช่วยเหลือเท่าที่เราจะหาได้’”</p>
<p>แม้ว่าแรงงานบรรเทาทุกข์จากต่างชาติที่พยายามจะช่วยเหลือผู้รอดชีวิตนั้นอาจจะมีความสามารถคุกคามต่อกองทัพที่ปกครองมาถึง 46 ปี ได้ไม่มากนัก แต่พวกเขาก็กังวลว่าประชาชนจะสามารถตรวจสอบข้อมูลจากพวกเขานั้นได้ทันที</p>
<p>ระบอบทหารกุเรื่องบิดเบือนมาเป็นเวลานาน นักวิเคราะห์กล่าว ซึ่งในขณะนี้กำลังถูกคุกคาม ตัวอย่างเช่น, เขากล่าว ตัวเลขผู้เสียชีวติซึ่งรัฐบาลยังคงยืนยันว่ามีเพียง 351 ราย ต่อมาก็เพิ่มขึ้นทันทีทันใดเป็น 10,000 คน และต่อมาก็เป็น 22,000 คน</p>
<p>“เมื่อพวกเขากล่าวถึงตัวเลข 10,000 ชาวพม่าพากันพูดว่าตัวเลขจริงคงมีถึง 50,000” ซาร์นี่กล่าว “มันก็เหมือนช่วงที่มีการแพร่ระบาดไข้หวัดนก ซึ่งพวกเขาได้บอกประชาชนว่าไม่มีปัญหา เพราะนกที่ป่วยไม่สามารถบินข้ามภูเขาสูงที่อยู่บริเวณชายแดน มันเป็นการบิดเบือน”</p>
<p>แปลและเรียบเรียงจาก <a href="http://www.latimes.com/news/nationworld/world/la-fg-standoff9-2008may09,0,233603.story?track=rss">Myanmar cyclone aid standoff may signal a regime in crisis</a> จาก Los Angeles Times<br />
ข้อมูลเพิ่มเติม :<br />
(1) บีบีซี : <a href="http://news.bbc.co.uk/2/hi/uk_news/7389848.stm">ดูภาพความเสียหายจากแผนที่และภาพถ่ายดาวเทียม</a><br />
(2) มติชน : <a href="http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01for05090551&amp;day=2008-05-09&amp;sectionid=0104">พม่า : ประชามติและหายนภัย</a><br />
(3) มติชน : <a href="http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01for06090551&amp;day=2008-05-09&amp;sectionid=0104">วิกฤติภัยนากีส</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.siamintelligence.com/wordpress/myanmar-cyclone-aid-standoff-may-signal-a-regime-in-crisis/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
