เตรียมตั้งรับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย
February 4, 2008
โดย สุรศักดิ์ ธรรมโม : Siam Intelligence Unit
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคม 2551 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปรับลดลง 17,000 ตำแหน่งเมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมที่ผ่านมาและเป็นการปรับ ลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี เป็นการบ่งชี้ถึงความเป็นไปได้อย่างสูงยิ่งว่า ในไตรมาสที่ 1 หรือไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอย
อะไรคือนิยามของเศรษฐกิจถดถอย ??? คือการที่ผลผลิตมวลรวมในประเทศแท้จริง (real GDP) สำหรับประเทศสหรัฐฯ รายไตรมาสเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าหดตัว (ติดลบ) อย่างน้อย 2 ไตรมาสต่อเนื่องกัน ทั้งนี้ หน่วยงานทางการของสหรัฐฯ ที่คอยประกาศว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยและฟื้นตัวนั้นมีชื่อว่า “The National Bureau’s Business Cycle Dating Committee” เป็นหน่วยงานในสังกัดของ National Bureau of Economic Research (NBER) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดของภาวะเศรษฐกิจถดถอย (recession) อย่างเป็นทางการ
การที่จะรู้ว่าภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวอย่างเป็นทางการ ก็ต่อเมื่อภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ หดตัวไปแล้วอย่างน้อย 2 ไตรมาส ( 6 เดือน) ในแง่นี้ การเตรียมตั้งรับภาวะเศรษฐกิจถดถอย จึงไม่อาจรอให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการและออกมาตรการตั้งรับได้ หากแต่ต้องอาศัยข้อมูลแวดล้อม โดยเฉพาะตัวเลขทางเศรษฐกิจหรือดัชนีเศรษฐกิจที่บ่งชี้เหตุการณ์ข้างหน้า (Leading Economic Indicator) นอกจากตัวเลขการจ้างงานในข้างต้นแล้ว ตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2550 ที่อยู่ที่ 0.6 % เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ : Quarter on Quarter) เป็นสัญญาณประการสำคัญหนึ่งเช่นกันที่บ่งชี้เศรษฐกิจในภาวะข้างหน้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ปฏิกริยาของธนาคารกลางสหรัฐ ฯ (Fed) ที่ลดดอกเบี้ยในวาระฉุกเฉินและในวาระปกติภายในเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึง 1.25 % เป็นการแสดงถึงการตอบรับต่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ปกติ
ผลกระทบของการที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่อประเทศไทยนั้น ขณะนี้ยังยากที่ประเมินในภาพรวมได้ เนื่องจากผลกระทบโดยอ้อม ซึ่งได้แก่การส่งออกของไทยไปยังประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียน ในฐานะสินค้าขั้นกลางเพื่อผลิตต่อแล้วส่งไปยังสหรัฐฯ นั้นมีความสลับซับซ้อนตามกระบวนการผลิตในห่วงโซ่อุปทานการผลิตโลก (Global Supply Chain) ในขณะที่การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมามีสัดส่วนประมาณ 12.6 % ของการส่งออกทั้งหมดและมีอัตราการขยายตัวเมื่อเทียบกับปี 2549 ที่ – 1.2 % ในแง่การส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ จะเห็นว่าสัดส่วนการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ในปี 2550 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปี 2549 ซึ่งอยู่ที่ 15 %
นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ในหน่วยงานวิเคราะห์เศรษฐกิจชั้นนำของโลก ส่วนหนึ่ง เห็นว่าถ้าเศรษฐกิจสหรัฐ ฯ ถดถอย จะมีส่วนดึงให้เศรษฐกิจยุโรป และญี่ปุ่นชะลอตัวลงตาม (Slowdown) หรืออีกนัยหนึ่งคือเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นเติบโตในอัตราที่ลดลง เมื่อดู สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังประเทศสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น หรืออีกชื่อหนึ่งว่า G3 พบว่าในปี 2550 สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังกลุ่ม G3 อยู่ที่ 39 % ของการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัท UBS Securities ยังประเมินว่า เศรษฐกิจจีนและอินเดียจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยมากนัก ในขณะที่ประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เศรษฐกิจมีขนาดเล็กและค่อนข้างเปิดต่อภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศจะได้รับผลกระทบในระดับสูงจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย (UBS Securities : Global growth downgrade Jan 24,2008) ซึ่งประเทศไทยแม้ว่าจะมีเศรษฐกิจขนาดกลางแต่เปิดรับต่อภาคเศรษฐกิจระหว่างประเทศในระดับสูง โดยสัดส่วนของรายได้จากการส่งออกต่อ GDP ไทยในปี 2549 สูงถึง 74 % ถือว่าประเทศไทยเปิดรับต่อความผันผวนเศรษฐกิจโลกอย่างมากเมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยของรายได้จากการส่งออกต่อ GDP ของประเทศอื่นๆที่ 30% โดย ฟิลิปปินส์ (46%) อินโดนีเซีย (31%) และ เกาหลีใต้ (43%)
การเตรียมรับมือเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอยครั้งนี้ จำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทในการหยุดการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย เพราะภาคเอกชนไทยทำได้อย่างมากก็แค่เฉพาะป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ในปี 2550 การที่เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง เนื่องมาจากบรรยากาศทางการเมืองไม่ปกติ ดังจะเห็นได้จากดัชนีการลงทุนเอกชนในปี 2550 อยู่ที่ –0.8 % ทั้งที่อัตราการใช้กำลังการผลิต (Capital Utilization ) ในปีที่แล้วสูงถึง 76 % ซึ่งเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ต้องลงทุนใหม่ แต่การลงทุนกลับหดตัว และนั่นส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2550 แทบจะตลอดทั้งปีขึ้นอยู่กับภาคการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว
แต่ถ้าปี 2551 การลงทุนภาคเอกชนไทยยังไม่ปรับตัวขึ้น แล้วปล่อยให้เศรษฐกิจไทยพึ่งพิงการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียวดังเช่นในปี 2550 เท่ากับว่าเศรษฐกิจไทยปี 2551 มีความเสี่ยงสูงที่จะชะลอลงมากกว่าที่ควรจะเป็น
Comments
5 Responses to “เตรียมตั้งรับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ถดถอย”
Got something to say?




อย่างที่ผมบอกในรายการเศรษฐศาสาตร์ตลาดสดเมื่อวันเสาร์และอาทิตย์(ช่วงต้น)ที่ผ่านมา
ผมมั่นใจว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะถดถอยแล้ว แต่โลกมีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวลง
แต่คงไม่ถดถอยตามสหรัฐฯ ถ้าสหรัฐฯจะพ้นไปจากภาวะถดถอยก็ต่อเมื่อ
1.สหรัฐ ฯ ส่งสัญญาณว่าจะรักษาวินัยทางการคลัง ส่วนวินัยทางการเงินที่ลดอัตราดอกเบี้ยและพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมา นั้นไม่เป็นไร ศรีทนได้ เอ้ยโลกทนได้ ที่โลกจำต้องทนกับสหรัฐฯ ในการการพิมพ์เงินดอลลาร์ออกมาเพราะว่า ชาติที่มีศักยภาพจะนำเงินสกลุงของตนเองมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนของโลกยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป(ยูโร) ญี่ปุ่น (เยน) หรือแม้แต่ จีน (หยวน) ในแง่นี้ ถือว่า ดอลลาร์ของสหรัฐฯ มีความพิเศษมากเมื่อเทียบกับเงินตราสกุลอื่นๆในโลก ยังไม่ต้องพิจารณาถึงแง่การทหารที่เป็นพลังสำรองมูลค่าธนบัตรที่ไม่ใช่ปัจจัยเศรษฐกิจอีก อุปมาเหมือนสหรัฐฯ เป็นหญิงงาม แม้จะกระทำให้เจ็บช้ำน้ำใจแค่ไหน ถ้าบุรุษนั้นยังไม่มีหญิงคนใหม่มาทดแทน ต้องอดทนกับเธอไปก่อน
แต่ระยะสั้น การที่ค่าเงินสหรัฐฯ อ่อนค่าลง เพราะตลาดไม่แน่ใจว่าค่าเงินสหรัฐฯจะแกว่งตัวลงมากไปกว่านี้หรือไม่ รวมทั้งราคาสินทรัพย์ในสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นราคาบ้าน ที่ดิน อาคาร
และอื่นๆจะตกลงเมื่อเทียบกับราคาในช่วง4-5ปีนี้แค่ไหน (เทียบในรูปของเงินดอลลาร์เอง) และราคาสินทรัพย์เทียบในแง่ของอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเจ้าของเงินทุนกับดอลลาร์สหรัฐฯ ถ้าราคาสินทรัพย์สหรัฐฯ นิ่ง วินัยทางการคลังกลับมา จนตลาดประเมินหา ราคาสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ที่เหมาะสม และ อัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินเจ้าของทุนกับดออลาร์สหรัฐฯที่เหมาะสม(หมายถึงค่าเงินสหรัฐฯไม่แกว่ง) เมื่อนั่น
จะมีเงินไหลเข้าสหรัฐฯ และจะช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐให้เริ่มฟื้นตัว
จะเกิดขึ้นเมื่อประธานาธิบดีคนใหมาจากเดโมแครต ถอนทหารออกจากอีรักและส่งสัญ
ญาณจะลดการขาดดุลการคลัง แม้ว่าในปี 2552 2553 สหรัฐฯจะมีนโยบายการคลังที่ขาดดุลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ตาม แต่การส่งสัญญาฯดังกล่าวนี้จะทำให้ตลาดเริ่มเชื่อมั่น
เงินดอลลาร์อีกครั้ง
2.ชาติเอเชียกลับมาเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจภายใน ซึ่งสามารถทำได้เพราะมีเงินออม
เกินพอ โดยเฉพาะจีน แม้ว่า ประเทศไทยการออมครัวเรือนของเราจะต่ำ
แต่ปริมาณเงินในประเทศที่อยู่ที่ธนาคารมีมากพอสมควร รวมทั้งเงินทุนสำรองที่มีเกินความ
ต้องการ ถ้าบริหารและจัดการดีๆ ก็น่าจะช่วยลดการพึ่งพิงเศรษฐกิจภายนอกของไทยลง
ในระดับหนึง
นอกจากนี้ ปัญหาที่ต้องสำรองเงินตราระหว่างประเทศในรูปของเงินดอลลาร์และเอาเงินทุน
ของตนเองไปให้ฝรั่งกู้ จนกลายเป็นเรื่องตลกในวงการเงินระหว่างประเทศที่ชาติจนๆอย่าง
เอเชีย(วัดจากรายได้ต่อหัว) ไปปล่อยให้คนรวยๆอย่างฝรั่งกู้ ชาติเอเชียพยายามคุยเรื่อง
นี้มานาน เรื่อง Asia Bond นี่ คุยกันมานาจนได้เวลาที่อาจจะต้องทดลองปฏิบัติการจริงๆซะที
ในแง่นี้ เป็นแนวโน้มในทางที่ดี ถ้าส่วนหนึ่งของเงินทุนที่ไม่ได้เอาไปใช้อะไรผันให้ชาติเอเชียด้วยกันกู้ไปลงทุน แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับการจัด Rating ของบริษัทที่น่าเชือ่ถือด้วย
บริการ รับจ้างโพส โฆษณา ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ สินค้า ธุรกิจ และบริการต่างๆ
หน้าที่คุณ คือรับโทรศัพท์ การโพสประชาสัมพันธ์ คือหน้าที่ของเรา
รับจ้างโพส งานโฆษณา ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ สินค้า ธุรกิจ และบริการต่างๆ ลงโฆษณา ให้ทุกวัน
ให้บริการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ประกาศรับสมัครงาน โฆษณาสินค้า โฆษณาผลิตภัณฑ์ โฆษณาด้านธุรกิจฯ
ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ ผ่านสื่อออนไลน์ กระดานสนทนา เว็บบอร์ด ตลาดซื้อ-ขายออนไลน์
- หากท่านมีเวลาไม่มากพอสำหรับการโปรโมทสินค้าและบริการ
- ไม่ต้องจ่ายเงิน กับการจ้างพนักงาน มาโพสน์ให้ท่าน
- ไม่ต้องจ่ายค่า ไฟ ค่า internet
- ไม่ต้องเสียเวลากับการมานั่งโพส ทุกวัน แทนที่จะเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ได้ประโยชน์เพิ่มมากขึ้น
- หากท่านต้องการสร้างตลาดใหม่ใน Internet
- ให้เราบริการท่าน สินค้าของท่านจะโชว์ทุกวัน
- สามารถเช็คหรือตรวจสอบได้ว่าได้โพส ให้ท่านจริงหรือเปล่า
ด้วยทีมงานมืออาชีพมากมายไว้บริการท่าน ให้ท่านมั่นใจกับบริการของเรา
ยังมีบริการโฆษณาอีกหลายรูปแบบไว้บริการท่าน เช่น
- Google Adwords (การจัดอันดับเว็บไซต์ใน Google)
- SEO (Search Engine Optimization)
การวิเคราะห์และปรับปรุงเว็บไซต์ด้วยเทคนิคต่างๆ เพื่อให้ติดอันดับต้นๆ ของ เว็บเสิร์ชเอนจิ้น ชั้นนำของโลก
- SMS การส่งจดหมายข่าว SMS หาลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
สอบถามรายละเอียด
02-934-8081
E-mail: phonsiri@bosscorp.co.th
อย่าลืมจ่ายค่าโฆษณาให้ SIU ด้วยนะครับ
ยินดีต้อนรับครับ
เวลาเศรษฐกิจเราแย่ เราก็เดือดร้อน
เวลาเศรษฐกิจสหรัฐแย่ เราก็เดือดร้อน
เศรษฐกิจญี่ปุ่นแย่ เราก็เดือดร้อนอีก
เฮ้ออ