Invest for nation. Invest for your wealth : ลงทุนเพื่อคุณ ลงทุนเพื่อชาติ

September 24, 2007

โดย เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit

คนไทยมองการลงทุนในแง่ร้าย ความมั่งคั่งของชาติ ควรมาจากการประกอบธุรกิจอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่ใช่เก็งกำไรในตลาดหุ้นอย่างโลภโมโทสัน แต่ที่ได้เสนอไปคราวที่แล้ว Rethink พิจารณาการลงทุนในแง่มุมใหม่ Revalue ประเมินค่าใหม่ว่า ตลาดหุ้นเป็นกลไกในการระดมเงินทุนเพื่อสร้างธุรกิจ เพราะผู้คนมากมายเหลือเกิน ที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีมันสมองอัจฉริยะ คิดค้น Model ธุรกิจชั้นเลิศ แต่น่าเสียดายที่ขาดแคลน “เงินลงทุน” จึงทำให้ไม่อาจสานฝันให้กลายเป็นจริงได้

ประเทศชาติต้องสูญเสีย ธุรกิจดีเลิศไปมากเท่าใด เพราะความขาดแคลนของเงินทุน ถึงเวลาหรือยังที่เราจะต้องพิจารณาการลงทุนในแง่มุมใหม่ เพื่อให้ชาติของเราพัฒนาสู่ความเจริญรุ่งเรือง สร้างธุรกิจยิ่งใหญ่ เปี่ยมล้นศักยภาพ

Kiyosaki ผู้เขียน “พ่อรวย สอนลูก” กล่าวว่า “ความมั่งคั่งของบุคคล” มาได้เพียง 2 ทาง เท่านั้น คือ ธุรกิจ และการลงทุน โดยควรเน้นทั้ง 2 ทาง ประสานเสริม จึงจะเกิดประสิทธิผลสูงสุด เช่นเดียวกัน “ความมั่งคั่งของชาติ” มาได้จาก 2 ทาง ธุรกิจและการลงทุน ทั้งที่มาจากเอกชนและรัฐบาล สามารถเพิ่มความมั่งคั่งให้กับประเทศอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเราละเลย “การลงทุน” จึงทำให้ธุรกิจทั้งหลายในประเทศ ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ธุรกิจ และการลงทุน เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงซึ่งกันและกัน หากด้านหนึ่งมีปัญหา อีกด้านหนึ่งย่อมได้รับผลกระทบ ไม่อาจพัฒนาได้อย่างราบรื่น การสร้างความแข็งแกร่งให้ทั้งสองด้านอย่างเข้มข้นจริงจัง จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ในการสร้างความมั่งคั่งของชาติ

คราวที่แล้วได้พูดถึง Steve Jobs ยอดคน Millenium เจ้าของ Apple, Pixar และ iPod ท่านสามารถสร้างตัวขึ้นมาจนมีความมั่งคั่งถึง 100 ล้านเหรียญ เมื่ออายุเพียง 24 ปี แต่จะเป็นเช่นนี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับเงินลงทุนจากมหาเศรษฐีที่มองเห็น “สุดยอดโอกาส” ในการลงทุน การถือกำเนิดของ Venture Capital ซึ่งทำหน้าที่แสวงหา คนหนุ่มไฟแรง ผู้มีสุดยอดแนวคิดธุรกิจ เพื่อนำเงินทุนจำนวนหนึ่งเข้าสนับสนุนการก่อร่างสร้างธุรกิจ แลกกับการถือครองหุ้น เพื่อรับผลตอบแทนในเงินปันผล (Dividend) และส่วนต่างราคาหุ้น(Capital Gain) เมื่อนำจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Venture Capital ได้กลายเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยประสานธุรกิจเข้ากับการลงทุน ยกระดับเศรษฐกิจและความมั่งคั่งของมหาประเทศอเมริกาให้เติบโตแข็งแกร่งทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ

ความคิดสร้างสรรค์ของผู้คนในประเทศพัฒนาได้แปรเปลี่ยนเป็นธุรกิจพันล้าน ไม่ใช่แปรเป็นความผิดหวังเหมือนในสยามประเทศ

ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ สยามประเทศไร้คนเก่ง ไร้ความคิดสร้างสรรค์ แต่อยู่ที่ความสามารถในการระดมเงินทุน เพื่อใช้แปรเปลี่ยนอัจฉริยภาพให้กลายเป็นความจริง

การลงทุนในตลาดหุ้นมี “ความเสี่ยง” จากความผันผวนใน “ราคาหุ้น” ประเทศของเราควรมีทางเลือกในการลงทุน เพื่อให้คนทำงานกินเงินเดือน คนหาเช้ากินค่ำ ได้มีโอกาสได้รับความมั่งคั่ง เช่นเดียวกับนักธุรกิจ ในหนังสือ “พ่อรวย สอนลูก” ได้พูดถึง การลงทุนของคนรวยซึ่งมีทางเลือกมากมาย ไม่จำเป็นต้องลงทุนผ่านตลาดหุ้นเพียงช่องทางเดียว แต่สามารถเลือกลงทุนแบบ Venture Capital เมื่อธุรกิจเติบโตและทำ IPO (Initial Publice Offer) ออกเสนอขายให้ประชาชน ผู้ลงทุนก่อน IPO ย่อมได้ผลตอบแทนมหาศาล มากกว่าการลงทุนภายหลัง IPO ซึ่งเป็นการลงทุนที่คนทั่วไปกระทำกันในตลาดหลักทรัพย์

Rethink Revalue แทนที่จะให้คนรวยเท่านั้นที่ลงทุนได้ ประเทศของเราสามารถจัดตั้งกองทุนระดมเงินจากประชาชนที่ต้องการได้รับผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยธนาคาร โดยรวบรวมนักธุรกิจที่ได้พิสูจน์ฝีมือในการบริหาร มีชื่อเสียงดี เปี่ยมล้นคุณธรรมจริยธรรม มีความโปร่งใสในการดำเนินงาน เข้ามาร่วมลงทุน ใช้วิสัยทัศน์มองหาแผนธุรกิจชั้นเลิศ ใช้ประสบการณ์โชกโชนเข้าช่วยเหลือบริหารจัดการให้กับธุรกิจเกิดใหม่ เต็มไปด้วยศักยภาพ ได้เติบโตก้าวหน้ามีอนาคตสดใส

ในระยะแรก สามารถสร้างแรงจูงใจให้ผู้ลงทุน โดยการยกเว้นภาษีสำหรับธุรกิจใหม่ที่ได้รับการอนุมัติเหล่านี้ เป็นเวลา 5 ปี โดยพิจารณาว่าเป็นการลงทุนเพื่อชาติ การก่อตั้ง “กองทุนประชาชน” เปิดโอกาสให้ “คนเก่งจากทั่วหล้า” ผู้มีไฟฝันแรงกล้า มีความคิดดีๆทางธุรกิจ ได้มีช่องทางในการระดมเงินเพื่อใช้ในการสร้างธุรกิจ แต่ต้องมีเงื่อนไขว่า ธุรกิจที่เข้าข่ายได้รับการพิจารณา จะต้องเป็น “ธุรกิจมูลค่าเพิ่ม” ไม่อิงอาศัยค่าแรงราคาถูก เพราะทำให้เรากลับไปสู่วงจรอุบาทว์เดิม คือ เมื่อเผชิญความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และการแข่งขันจากจีนและเวียดนาม ธุรกิจและความมั่งคั่งของชาติแทบจะล้มครืนลง

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทั้งหลายล้วนมี “ความเสี่ยง” เช่นเดียวกับที่มี “ผลตอบแทนมหาศาล” แต่สำหรับ “ธุรกิจเกิดใหม่” ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง ขอเพียงมี 10 ธุรกิจที่สำเร็จ จาก 100 ธุรกิจที่ลงทุน เราย่อมสามารถครอบคลุมความเสี่ยงได้ทั้งหมด

ประเทศชาติบอบช้ำเพราะพิษค่าเงิน คนไทยมีแนวคิดดีๆมากมาย แต่ไม่มีเงินลงทุน ธนาคารเป็นแหล่งเงินให้คนร่ำรวย ธุรกิจ SMEs ยังมีความยากลำบากในการได้รับเงินกู้ ไม่ต้องพูดถึง “ธุรกิจเกิดใหม่” ดังนั้น การแสวงหาเงินทุนจากประชาชน จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหานี้ และเมื่อชาติของเราสามารถสร้างธุรกิจใหม่ ที่ไม่เน้นค่าแรงราคาถูก แต่เน้นสินค้าคุณภาพ มีมูลค่าเพิ่ม มีอำนาจกำหนดราคา ธุรกิจย่อมไม่ผันผวนและเปราะบางต่อปัญหาค่าเงิน ประเทศย่อมมีความมั่นคง และเมื่อธุรกิจที่แข็งแกร่งเหล่านี้เติบโตขึ้นในอนาคต ย่อมช่วยสร้างความมั่งคั่ง และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศชาติ ที่สำคัญ การเติบโตแบบนี้เน้นไปที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ยิ่งกว่านั้น การเติบโตเชิงปริมาณแต่ไม่มีคุณภาพรองรับ ในท้ายที่สุด ย่อมนำไปสู่ความพยายามสร้างการผูกขาด ไม่พยายามใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้เงินลงทุน สุดท้ายเงินฝากของประชาชน ย่อมถูกผ่องถ่ายไปโอบอุ้มคนรวย ในธุรกิจผูกขาดจำนวนน้อย เหมือนที่เคยเป็นมา

คืนวันเช่นนี้เอง ที่ประชาชนคนธรรมดา สามารถส่งผ่านเงินออมของพวกเขาไปสู่ประชาชนคนธรรมดาเช่นกัน เพื่อร่วมกัน “สร้างความมั่งคั่งให้ชาติ สร้างความมั่งคั่งให้ตน”

หากต้องการลดความเสี่ยงของ “กองทุนประชาชน” สามารถทำได้ด้วยวิธีการ IPO นำหุ้นออกขายในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งนอกจากทำให้ประชาชนเจ้าของเงินทุนลดความเสี่ยงลงแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ตลาดหลักทรัพย์มีหุ้นดีๆ ในธุรกิจใหม่ ที่มีอนาคตสดใส ให้โอกาสทุกคนได้เข้าร่วมลงทุน เป็นการช่วยพัฒนาตลาดทุนไทย สู่ความเจริญรุ่งเรือง หลุดพ้นจากความจำกัดในทางเลือกของนักลงทุน ที่จำใจต้องลงทุนในหุ้นผูกขาดไม่กี่ตัว จนนำไปสู่การ “ปั่นหุ้น” หรือเข้าไปลงทุนในหุ้นที่ไม่ได้มาตรฐาน ขาดธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการที่ดี

ชาติของเราพัฒนาประเทศตามแนวทางทุนนิยมมาช้านานแล้ว แต่ยังไม่สามารถยกระดับประเทศเป็นทุนนิยมก้าวหน้าได้ สาเหตุสำคัญเป็นเพราะธุรกิจของเรายังเป็นธุรกิจรูปแบบเดิม เน้นแรงงานราคาถูก ทำให้ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ GDP มีความตีบตัน ไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มากเหมือนในอดีต นี่เป็นโอกาสสำคัญ ที่เราจะยกระดับการพัฒนาประเทศ ให้เข้าสู่ความมั่งคั่งใหม่ ทำลายความตีบตันเดิม ที่สำคัญ การเติบโตในครั้งนี้ ไม่ใช่การเติบโตเชิงปริมาณ ไร้ซึ่งความพอเพียงเหมือนในอดีต แต่เป็นการเติบโตเชิงคุณภาพ สามารถปรับขนาดการผลิตให้มีความพอเพียงได้ เพราะมีส่วนต่างกำไร Margin สูง มาช่วยขับดันการเจริญเติบโต จึงไม่ต้องอาศัยการผลิตด้วยปริมาณมหาศาล มาช่วยสร้างความเติบโตอีกต่อไป

นี่เป็นโอกาสเดียว ที่ประชาชนคนธรรมดาจะได้มีส่วนร่วมในการสร้างและรับผลประโยชน์จากความมั่งคั่งของชาติ แทนที่จะให้คนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับความมั่งคั่งร่ำรวย และหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ปัญหาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่การกระจายรายได้กระจุกตัว ย่อมได้รับการแก้ไข

ปัญหาค่าเงินเป็นวิกฤติ แต่ได้เผยให้เห็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ หากพวกเราสามารถ ฝ่าฟันความยากลำบากทั้งมวลเดินหน้าจัดตั้ง “กองทุนประชาชน” เพื่อลงทุนสร้าง “ธุรกิจมูลค่าเพิ่ม” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยที่กำลังหยุดชะงัก ให้เดินหน้าต่อไปอย่างทรงพลังและยั่งยืน เมื่อถึงเวลานั้น ประเทศไทยของเราจะยืนเด่นเป็นสง่าบนเวทีประชาคมโลก

ความใฝ่ฝันของปวงชนชาวไทยที่จะได้เห็น “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” ได้รอคอยอยู่เบื้องหน้าแล้ว

Comments

3 Responses to “Invest for nation. Invest for your wealth : ลงทุนเพื่อคุณ ลงทุนเพื่อชาติ”

  1. Ink on September 25th, 2007 5:44 am

    เป็นแนวคิดที่เยี่ยมครับ มีนักเรียนจากมหาวิทยาลัยในอเมริกามากมาย ที่หลังจากเรียนจบแล้ว ก็ตั้งบริษัทเล็กๆ ในโรงรถของตัวเอง เรียกว่า Garage Company โดยเฉพาะพวกด้านคอมพิวเตอร์ โดยจะไปเริ่มกันที่ซิลิกอนวัลเล่ย์ในแคลิฟอเนีย ซึ่งสมัยเริ่มแรกนั้นที่ดินยังถูกอยู่ ตัวอย่างของบริษัทเหล่านี้เฃ่น Netscape เป็นต้น Netscape นั้นเกิดมาจากการรวมกลุ่มกันของนักเรียนชั้นปริญญาตร ีจากมหาวิทยาลัย Illinois at Urbana-Champain นำเอาโปรเจ็คสมัยเรียนมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ เริ่มแรกก็แจกฟรี จนเป็นที่รู้จัก จากนั้นก็หาแหล่งเงินทุนจาก Venture Capitalist แล้วก็ทำ IPO จนมูลค่าหุ้นพุ่งมหาศาล นอกจาก Netscape แล้วบริษัท Amazon ก็เริ่มมาจาก Garage เหมือนกันครับ

  2. Ink on September 25th, 2007 5:55 am

    ไม่ทราบว่าคุณเจริญชัย กับคุณสุรศักษ์จะช่วยเอารายชื่อหนังสือดีๆ มาแนะนำหน่อยได้ครับ อาจจะมีส่วนหนึ่งของเว็บเป็น Recommended Books จริงๆ แล้วผมก็ชอบอ่านนิยายจีนมากครับ แต่เสียดายที่อยู่เมืองนอกเลยไม่ได้มีโอกาส ผมได้แต่ดูที่เค้าสร้างเป็นหนังเอา เจาะเวลาหาจิ๋นซี กับมังกรคู่สู้สิบทิศ ผมว่าเค้าเน้นเรื่องรักๆ มากไป ไม่ได้สนใจแนวคิดเรื่องการเมือง และความลุ่มลึกในความคิดของผู้แต่งเลย เรื่องเจาะเวลาหาจิ๋นซีนี่เกือบจะดีมาก เสียอย่างเดียวตรงที่มันมีความขัดกันเรื่องอายุของอิ๋งเจ้งไปนิดหนึ่ง ในประวัติศาสตร์อิ๋งเจ้งกลับถึงแคว้นฉินตอนเก้าขวบ อีกหนึ่งปีต่อมาพระบิดาสวรรคต เค้าต้องรอจนอายุ 25 ถึงจะได้ปกครองประเทศ แล้วจึงจัดการหล่ปู่เหว่ย แต่ในหนังนี่เค้าเฉือดเฉือนกับหลี่ปู้เหว่ยเร็วมาก คือประมาณ 1 ปีหลังจากพระบิดาตาย ผมอาจจะเป็นนักประวัติศาสตร์สมัครเล่นคนหนึ่งก็เลยค่อนข้างรู้สึกหงุดหงิดกับจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่มันขัดกับประวัติศาสร์ก็ได้ครับ แต่รวมๆ แล้วดีมาก

    สำหรับผู้ที่สนใจหนังจีนกำลังภายในอิงประวัติศาสตร์นั้น ผมอย่างจะแนะนำเรื่อง ศึกลำน้ำเลือดครับ ทางซีวีดีพึ่งเอามาขายไม่นานนี้ เรื่องนี้เรียกได้ว่าเป็นมหากาพที่ยิ่งใหญ่เรื่องหนึ่งเลยครับ ผมจำได้ว่าชอบมากสมัยเด็กๆ พอเค้าทำออกมาขายนี่ผมรีบซื้อทันทีเลยครับ

  3. เจริญชัย on September 25th, 2007 4:02 pm

    ยินดีที่ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างละเอียดเช่นนี้ครับ

    ประเด็นอื่นคงไม่จำเป็นต้องจำนรรจ์
    แต่ขอเสริมเรื่องนิยายจีน นะครับ

    ตามจริงแล้ว ผมไม่ชอบนิยายที่ขัดกับประวัติศาสตร์
    แต่เนื่องจากหวงอี้ เขียนได้ล้ำลึกมาก เลยพออภัยให้ได้บ้างครับ

    ตอนหลังผมเริ่มมาคิดอย่างหนักว่าทำไมหวงอี้จึงต้องบิดเบือนประวัติศาสตร์

    คำตอบหนึ่งที่ผมได้รับ ผ่านการใช้วิชาวรรณกรรมซึ่งผมศึกษาเล่าเรียนนอกระบบ เข้าช่วย ได้ขอสรุปว่า

    “การศึกษาวรรณคดีนั้น เราต้องใช้หน่วยวิเคราะห์ที่แตกต่างจากวิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เราไม่ควรยึดติดกับความจริงมากเกินไป แต่เราควรมองไปที่เนื้องาน ว่ามีความล้ำเลิศเพียงใด เราต้องเปลี่ยนหน่วยวิเคราะห์ โดยมองเป็นนิยายเรื่องใหม่เลยทีเดียว ซึ่งเพียงแต่ยืมตัวละครจากประวัติศาสตร์ไปใช้เท่านั้น และเมื่อนั้นเราจะสามารถประยุกต์ คุณค่าเสี้ยวสำคัญ ซึ่งหนังสือพยายามนำเสนอ ไปใช้ในการต่อสู้ ฝ่าฝัน ในชีวิต เพิ่มความซาบซึ้ง ซาบซ่านให้หัวใจ จนบรรลุความงาม ความดี ความจริง ซึ่งผู้แต่งต้องการได้”

    ผมจะลองไปตามหา ศึกลำน้ำเลือด มาดูนะครับ เพราะเคยได้ยินมานานแล้ว คุ้นๆว่าดูตอนเด็กๆ แต่คงยังเด็กมากๆๆๆ เลยจำไม่ได้เลย

    แต่ตอนนี้มีหนังดี 2 เรื่องจ่อคิวให้ดูอยู่ เรื่องแรกจำชื่อไม่ได้ ฉายประมาณ 3-4 โมงเย็น จันทร์-ศุกร์ ทางช่อง 3
    เรื่องที่สอง อลังการมากๆ อิงประวัติศาสตร์ชัดเจน ตัวละครมีความคมคายทั้งคำพูดและความคิด ต่อสู้เชือดเฉือนกันทุกหยดหยาด ได้ชื่อภาษาไทยว่า “นางพญาเหนือมังกร”

    ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ

Got something to say?