เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 กันยายนที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทย ครั้งที่ 2 ประจำปี 2553 โดยมีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งหมด 344 คน แยกเป็น ส.ส. 187 คน กก.บห. 10 คน ประธานสาขา 10 คน และตัวแทนสมาชิกพรรคทั่วประเทศ 137 คน โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รักษาการหัวหน้าพรรค และนางสุนีย์ เหลืองวิจิตร รักษาการเลขาธิการพรรคเป็นผู้ดำเนินการประชุม
ที่ประชุมได้พิจารณาวาระการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุด ใหม่หลังจากที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคพ้นสภาพทั้งคณะ โดยก่อนเข้าวาระการคัดเลือก นายปลอดประสพ ได้เสนอให้ที่ประชุมเพิ่มตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค จากเดิม 13 ตำแหน่ง เป็น 21 ตำแหน่ง โดยให้เพิ่มสัดส่วนตามรายภาค เพื่อความเท่าเทียมของทุกภาค และต่อจากนี้พรรคเพื่อไทยจะขับเคลื่อนโดยรองหัวหน้าพรรค
สำหรับการเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่นี้ มีทั้งหมด 21 ตำแหน่ง แบ่งเป็นหัวหน้าพรรค 1 ตำแหน่ง รองหัวหน้าพรรค 14 ตำแหน่ง เลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง รองเลขาธิการพรรค 1 ตำแหน่ง โฆษกพรรค 1 ตำแหน่ง นายทะเบียนพรรค 1 ตำแหน่ง เหรัญญิกพรรค 1 ตำแหน่ง และกรรมการบริหารพรรค 1 ตำแหน่ง ทั้งนี้ที่ประชุมจะใช้วิธีเสนอชื่อผู้สมควรได้รับตำแหน่ง พร้อมขอผู้รับรอง จากนั้นจึงให้สมาชิกผู้มีสิทธิ์ออกเสียงได้ลงคะแนนโดยวิธีลับ โดยตำแหน่งหัวหน้าพรรค โดยนายวิทยา บุรณศิริ เสนอชื่อนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าให้เข้ารับตำแหน่ง ไม่มีผู้ใดเสนอชื่อเข้าแข่งขัน จากนั้นสมาชิกผู้มีสิทธิ์ออกเสียงได้ลงคะแนนเห็นชอบให้นายยงยุทธดำรงตำแหน่ง ด้วยคะแนน 267 เสียง โดยมีบัตรไม่ลงคะแนน 4 ใบและบัตรเสีย 2 ใบ
จากนั้นที่ประชุมพิจารณาคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคในตำแหน่งอื่นๆ โดยขอผู้รับรองและลงคะแนนเห็นชอบพร้อมกันทุกตำแหน่ง โดยตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค นายบุญทรง ติริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ เป็นผู้เสื่อชื่อรองหัวหน้าพรรคทั้ง 14 ชื่อ ประกอบด้วย 1.พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก 2.นายปลอดประสพ สุรัสวดี 3.นายประยุทธ ศิริพานิชย์ ส.ส.มหาสารคาม 4.นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.สัดส่วน 5.พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี 6.นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. 7.นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ 8.นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส.ส.อุตรดิตถ์ 9.นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา 10. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่น 11.พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ ส.ส.นครราชสีมา 12.นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ 13.นายคณวัฒน์ วศินสังวร และ 14.นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรมช.ศึกษาธิการ
จากนั้นจึงเป็นการเสนอชื่อผู้สมควรเป็นเลขาธิการพรรค โดยนายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ได้เสนอชื่อนายสุพล ฟองงาม ส.ส.อุบลราชธานี ในขณะที่ นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน ได้เสนอชื่อพล.ท.มะ โพธิ์งาม เข้าแข่งขัน แต่พล.ท.มะ ได้ขอถอนตัวเนื่องจากได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคแล้ว นายสุนัย จึงเสนอชื่อนางสุนีย์ เหลืองวิจิตร รักษาการเลขาธิการพรรค แต่นางสุนีย์ได้ขอถอนตัวเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าขอเตรียมพร้อมลงพื้นที่เลือกตั้งที่จะลงสมัครในพื้นที่ จังหวัดพิจิตร ดังนั้นในตำแหน่งดังกล่าวนายสุพล ถูกเสนอชื่อเพียงคนเดียว
จากนั้นที่ประชุมได้เสนอชื่อรองเลขาธิการพรรค ซึ่งนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.สัดส่วน ได้รับเสนอชื่อเพียงคนเดียว ตำแหน่งเหรัญญิกพรรค มีการเสนอชื่อนายทวีศักดิ์ อณรรฆพันธ์ ตำแหน่งนายทะเบียนพรรค เสนอชื่อ นายวัฒนา เตียกุล ตำแหน่งโฆษกพรรค มีผู้เสนอชื่อนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ และตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค มีการเสนอชื่อนายวรวีร์ มะกูดี จากนั้นที่ประชุมจึงให้ลงคะแนนด้วยวิธีลับเพื่อรับรองตำแหน่งกรรมการบริหารทั้งหมด
ด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสาเหตุที่พรรคเพื่อไทยเพิ่มสัดส่วนส.ส.ในโครงสร้างคณะกรรมการบริหาร พรรคเพื่อไทย ว่า ส.ส.ต้องการให้มีตัวแทนที่มาจากส.ส.มีส่วนร่วมในการตัดสินใจโดยเฉพาะในส่วน ของนโยบายพรรคซึ่งที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้จัดกิจกรรมไปก่อนแล้วค่อยมาบอก ส.ส.ในภายหลัง และต้องการให้ส.ส.ที่เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นตัวเชื่อมประสานระหว่าง เพื่อนส.ส.กับที่ประชุมของคณะกรรมการบริหารพรรค รวมไปถึงต้องการปรับภาพลักษณ์ของคณะกรรมการบริหารพรรคให้ดูดีมากขึ้น
“สำหรับข้อกังวลของส.ส.ที่เกรงว่าหาเป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย แล้วหากพรรคถูกยุบจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปด้วยนั้น ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยได้ทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวให้กับส.ส.ได้รับทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคเป็นเรื่องที่ไม่ต้องรับผิดชอบ และพูดคุยให้เข้าใจกันว่าความผิดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนบุคคลไม่เกี่ยวข้องกับพรรคเพื่อไทย”
ที่มา – มติชน
